Make your own free website on Tripod.com
Header image
header image 2
ฟุตบอลโลก  ค.ศ.  2010/พ.ศ.  2553
   
    ฟุตบอลโลก 2010

     ฟุตบอลโลก ค.ศ. 2010 เป็นการแข่งขัน ครั้งที่ 19   จัดขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 โดยเริ่มการคัดเลือกในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2550 และมีฟุตบอลทีมชาติสมาชิกฟีฟ่า เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 204 จาก 208 ทีม ฟุตบอลโลกครั้งนี้จึงเป็นการแข่งขันซึ่งมีประเทศเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมากที่สุด เทียบเท่ากับจำนวนประเทศในโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 และยังเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกที่ชาติจากทวีปแอฟริกาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน หลังจากที่แอฟริกาใต้ประมูลชนะโมร็อกโกและอียิปต์ในการเสนอชื่อ ทั้งนี้ ทีมชาติอิตาลีจะลงแข่งขันเพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก (ค.ศ. 2006) ซึ่งจัดขึ้นในประเทศเยอรมนี

   ทีมชาติสเปน ซึ่งเป็นแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์ชาติยุโรป เมื่อปี ค.ศ.  2008/พ.ศ. 2551  กลายเป็นแชมป์โลกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา โดยอันเดรส อีเนียสตาทำประตูชัยให้กับสเปน และทำให้ทีมสเปน ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นสมัยแรก

    ในครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 32 ทีม โดยทีมจากแอฟริกาใต้ผ่านรอบคัดเลือกในฐานะทีมเจ้าภาพ และสำหรับทีมอื่นจะทำการแข่งขันดังนี้
ยุโรป - 13 ทีม เริ่มแข่งขันรอบคัดเลือกเมื่อ กันยายน 2551
แอฟริกา - 6 ทีม
อเมริกาใต้ - 4.5 ทีม โดยแข่งเพลย์ออฟกับอเมริกาเหนือ
อเมริกาเหนือ - 3.5 ทีม แข่งเพลย์ออฟกับอเมริกาใต้
เอเชีย - 4.5 ทีม แข่งเพลย์ออฟกับโอเชียเนีย
โอเชียเนีย - 0.5 ทีม แข่งเพลย์ออฟกับเอเชีย

รอบ  32  ทีม  แบ่งออกเป็น  8  กลุ่ม ๆ  ละ  4  ทีม

     กลุ่ม  A   มีอุรุกวัย แชมป์โลก 2 สมัย  แอฟริกาใต้  เจ้าภาพ  เม็กซิโก  และฝรั่งเศส  แชมป์โลกปี ค.ศ. 1998  นัดเปิดสนาม เตะกันที่  ซอคเกอร์ซิตีสเตเดียม กรุงโจฮันเนสเบิร์ก  เจ้าภาพแอฟริกาใต้  เสมอกับ เม็กซิโก 1 - 1      

     อุรุกวัย เสมอกับฝรั่งเศส 0 - 0  ชนะแอฟริกาใต้  เจ้าภาพ  3 - 0  และชนะเม็กซิโก 1 - 0  เข้ารอบ  16  ทีม เป็นที่  1  ของกลุ่ม 

     เม็กซิโก  แพ้อุรุกวัย 0 - 1 เสมอเจ้าภาพแอฟริกาใต้ 1 - 1 และชนะฝรั่งเศส 2 - 0  เข้ารอบ 16 ทีม ตามอุรุกวัย 

      เจ้าภาพแอฟริกาใต้  เสมอเม็กซิโก 1 - 1  แพ้อุรุกวัย 0 - 3  ชนะฝรั่งเศส 2 - 1  ตกรอบแรก ด้วยผลต่างประตู แพ้เม็กซิโก (เม็กซิโก +1 เจ้าภาพแอฟริกาใต้ -2   มี 4 คะแนนเท่ากัน)

     ส่วนฝรั่งเศส  ทีมชั้นนำของโลกอีกทีมหนึ่ง  เสมออุรุกวัย 0 - 0  แพ้เม็กซิโก 0 - 2  แพ้เจ้าภาพแอฟริกาใต้ 1 - 2  ตกรอบแรก  โดยเป็นทีมบ๊วยของกลุ่ม  นับเป็นสมัยที่  2  ที่ฝรั่งเศส  ตกรอบแรก ต่อจากปี ค.ศ. 2002 ที่ประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ

     กลุ่ม  ฺB  เกาหลีใต้  ชนะ กรีซ  2 - 0  แพ้ อาร์เจนตินา  1 - 4  และเสมอไนจีเรีย  2 - 2 

     อาร์เจนตินา ชนะไนจีเรีย  1 - 0  ชนะเกาหลีใต้ 4 - 1  ชนะกรีซ 2 - 0  เป็นทีมแรกที่ชนะ  3  นัดรวด  ได้  9  คะแนนเต็มเข้ารอบ  16 ทีมสุดท้าย

     ไนจีเรีย แพ้ อาร์เจนตินา 0 - 1 เสมอเกาหลีใต้ 2 - 2 และแพ้ กรีซ 1 - 2  ตกรอบแรก

     กรีซ  แพ้อาร์เจนตินา 0 - 2  แพ้เกาหลีใต้ 0 - 2 และขนะไนจีเรีย 2 - 1  ตกรอบแรกตามไนจีเรีย

    อาร์เจนตินาเข้ารอบ 16 ทีม เป็นที่ 1  ของกลุ่ม ตามด้วยเกาหลีใต้

     กลุ่า C  อังกฤษเสมอสหรัฐอเมริกา 1 - 1  เสมอแอลจีเรีย 0 - 0 และชนะสโลวีเนีย 1 - 0

     แอลจีเรีย แพ้สโลวีเีนีย 0 - 1 เสมออังกฤษ 0 - 0 และแพ้สหรัฐอเมริกา 0 - 1 

     สโลวีเนีย  เสมอสหรัฐอเมริกา 2 - 2 ชนะแอลจีเรีย 1 - 0 และแพ้อังกฤษ 0 - 1

     สหรัฐอเมริกา เสมออังกฤษ 1 - 1  เสมอสโลวีเนีย 2 - 2 และชนะแอลจีเรีย 1 - 0

     สหรัฐอเมริกา เข้ารอบ 16 ทีม เป็นที่ 1 ของกลุ่มตามด้วยอังกฤษ ส่วนสโลวีเนียและแอลจีเรียตกรอบแรก

     กลุ่ม  D  เซอร์เบีย แพ้กานา 0 - 1 ชนะเยอรมนี 1 - 0 และแพ้ออสเตรเลีย 1 - 2

     เยอรมนี  ชนะออสเตรเลีย 4 - 0  แพ้เซอร์เลีย 0 - 1 และชนะกานา 1 - 0

     กานา  ชนะเซอร์เบีย 1 - 0  เสมอออสเตรเลีย 1 - 1 และแพ้ เยอรมนี 0 - 1

    ออสเตรเลีย แพ้เยอรมนี 0 - 4 เสมอกานา 1 - 1 และชนะเซอร์เบีย 2 - 1

     เยอรมนี เข้ารอบ 16 ทีมเป็นที่ 1 ของกลุ่ม ตามด้วยกานา ซึ่งมี 4 คะแนนเท่ากับออสเตรเลีย แต่ผลต่างประตู ดีกว่า (กานา 0  ได้ 2 เสีย 2  ออสเตรเลีย - 3 ได้ 3 เสีย 6) ออสเตรเลียตกรอบแรกอย่างน่าเสียดาย

     กลุ่ม E  เนเธอร์แลนด์ชนะเดนมาร์ก 2 - 0  ชนะญี่ปุ่น 1 - 0 และชนะแคเมอรูน 2 - 1 เป็นทีมที่ 2 ต่อจาก อาร์เจนตินา ที่ชนะ 3 นัดรวด (และเกือบได้แชมป์ชนะทั้ง 7 นัดรวด)  

     ญี่ปุ่นชนะแคเมอรูน 1 - 0  แพ้เนเธอร์แลนด์ 0 - 1 และชนะเดนมาร์ก 3 - 1

     แคเมอรูน แพ้ญี่ปุ่น 0 - 1 แพ้เดนมาร์ก 1 - 2  และแพ้เนเธอร์แลนด์ 1 - 2  เป็นทีมชั้นนำทีมแรกที่แพ้ 3 นัดรวด และตกรอบแรก

     เดนมาร์ก  แพ้เนเธอร์แลนด์ 0 - 2  ชนะแคเมอรูน 2 - 1 และแพ้ญี่ปุ่น 1 - 3 เป็นทีมชั้นนำอีกทีมที่ตกรอบแรก

     เนเธอร์แลนด์เข้ารอบ 16 ทีม ตามด้วยญี่ปุ่น

     กลุ่ม  F  อิตาลีแชมป์เก่า และอดีตแชมป์โลก 4 สมัยโชว์ฟอร์มผิดคาด ตกรอบแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี (ครั้งสุดท้ายปี ค.ศ. 1966 ที่ประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพ) โดยเสมอกับปารากวัย 1 - 1 เสมอนิวซีแลนด์ 1 - 1 และแพ้สโลวาเกีย 2 - 3  เป็นปีที่แย่ที่สุดของอิตาลีหลังจากได้แชมป์โลก โดยตกรอบแรกเป็นทีมบ๊วยของกลุ่ม ไม่ชนะใครเลยเหมือนกับฝรั่งเศส

     นิวซีแลนด์ เสมอสโลวาเกีย 1 - 1 เสมออิตาลี 1 - 1 และเสมอปารากวัย 0 - 0

     สโลวาเกีย แพ้ปารากวัย 0 - 2 ชนะอิตาลี 3 - 2 และเสมอ นิวซีแลนด์ 1 - 1

     ปารากวัย เสมอนิวซีแลนด์ 0 - 0 เสมออิตาลี 1 - 1 และชนะ สโลวาเกีย 2 - 0

     ปารากวัยเข้ารอบ 16 ทีมเป็นที่ 1 ของกลุ่ม ตามด้วยสโลวาเกีย

     กลุ่ม G  ไอเวอรีโคสต์ เสมอโปรตุเกส 0 - 0  แพ้บราซิล 1 - 3 ชนะเกาหลีเหนือ 3 - 0

     บราซิลชนะเกาหลีเหนือ 2 - 1 (นัดนี้เกาหลีโชว์ฟอร์มชนะใจคนทั้งโลกมาก) ชนะไอเวอรีโคสต์ 3 - 1 และเสมอโปรตุเกส 0 - 0

     โปรตุเกส เสมอไอเวอรีโคสต์ 0 - 0 ชนะเกาหลีเหนือ 7 - 0 เป็นชัยชนะที่มากที่สุดในฟุตบอลโลก ครั้งนี้ และเสมอบราซิล 0 - 0

     เกาหลีเหนือ แพ้บราซิล 1 - 2 แพ้โปรตุเกส 0 - 7 และแพ้ไอเวอรีโคสต์ 0 - 3  เป็นทีมเสียประตูมาก ที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ (12 ประตู)

     บราซิลเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายตามด้วยโปรตุเกส

     กลุ่ม H  ฮอนดูรัส แพ้ชิลี 0 - 1 แพ้สเปน 0 - 2 และเสมอสวิตเซอร์แลนด์ 0 - 0

     สเปน แพ้สวิตเซอร์แลนด์ 0 - 1 ชนะฮอนดูรัส 2 - 0 และชนะชิลี 2 - 1

     ชิลี ชนะฮอนดูรัส 1 - 0 ชนะสวิตเซอร์แลนด์ 1 - 0 และ แพ้สเปน 1 - 2

     สวิตเซอร์แลนด์ชนะสเปน 1 - 0 (พวกเขาคงภูมิใจมากที่ชนะแชมป์โลกได้) แพ้ชิลี 0 - 1 และเสมอ ฮอนดูรัส 0 - 0

     สเปนเข้ารอบ 16 ทีมเป็นที่ 1 ของกลุ่ม ตามด้วยชิลี โดยทั้งสองทีมมี 6 คะแนนเท่ากัน แต่สเปน ผลต่างประตูดีกว่า (สเปน + 2 ชิลี +1)

รอบ  16  ทีมสุดท้าย  แพ้คัดออก

     อุรุกวัย ชนะเกาหลีใต้ 2 - 1  สหรัฐอเมริกา เสมอกานา 1 - 1 กานา ชนะในการต่อเวลาพิเศษ 120 นาที่ 2 - 1 เยอรมนีชนะอังกฤษ 4 - 1  อาร์เจนตินา ชนะเม็กซิโก 3 - 1 (2 คู่นี้กรรมการ ตัดสินผิดพลาดมาก จากกรณีที่สตีเฟ่น  เจอร์ราดยิงชนคานข้ามเส้นประตูเข้าไปแล้ว แต่กรรมการ มองไม่ทัน เลยไม่ให้ประตูตีเสมอ และกรณีลูกที่คาร์ลอส  เตเบซ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้ายิงประตูเข้าไป แต่กรรมการให้เป็นประตู ท่ามกลางการประท้วงของนักเตะเม็กซิโก) เนเธอร์แลนด์ ชนะ สโลวาเกีย 2 - 1 บราซิล ชนะ ชิลี 3 - 0 ปารากวัยเสมอญี่ปุ่นในเวลา 120 นาที 0 - 0 และปารากวัย ยิงจุดโทษ ชนะ 5 - 3 สเปนชนะโปรตุเกส 1 - 0 

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

      เนเธอร์แลนด์ชนะบราซิลเต็งหนึ่งตลอดกาล 2 - 1 (ช็อกโลกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะปัจจุบันเกมฟุตบอลทันกันหมดแล้ว)  อุรุกวัยเสมอกานาในเวลา 120 นาที 1 - 1 และชนะการยิงจุดโทษ 4 - 2   เยอรมนีถล่มอาร์เจนตินา 4 - 0 (ก็ไม่เชิงช็อกโลกนัก เพราะต่างก็เป็นทีมเต็งด้วยกัน แต่ดูประตูแล้วจึงน่าช็อกโลก)  สเปนชนะปารากวัย 1 - 0 

รอบรองชนะเลิศ

     เนเธอร์แลนด์ชนะอุรุกวัย 3 - 2  และสเปนชนะเยอรมนี 1 - 0 จากลูกโขกของคาร์เลส  ปูโยล  ในนาทีที่ 73

รอบชิงที่สาม

     เยอรมนีกับอุรุกวัยเล่นกัอย่างสนุกสนานมาก  ต่างเปิดเกมแลกกันตลอดเวลา  ผลัดกันนำ ผลัดกันตาม เยอรมนีคมกว่าจึงชนะไป 3 - 2  ได้อันดับที่ 3  สองปีติดต่อกัน (ปี  2006  ที่ตนเองเป็นเจ้าภาพ ก็ได้ที่ 3)

รอบชิงขนะเลิศ

     สเปนกับเนเธอร์แลนด์  สเปนเล่นได้แข่งแกร่งมาก โดยเฉพาะแดนกลาง คุมเกมได้หมด จนเนเธอร์แลนด์ต้องตั้งรับตลอด  และทำฟาวล์หลายครั้งจนผู้เล่นได้ใบเหลืองถึง 13  ใบ  และใบแดง 1 ใบ คือ จอห์น  ไฮติงกา เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ  (ในครึ่งเวลาแรกของการต่อเวลา)  แต่เนเธอร์แลนด์ ก็สวนกลับ ได้อย่างน่ากลัว 2 - 3  ครั้ง  ถ้าไม่มีผู้รักษาประตูอย่าง อิเกร์  คา์ซิยาส  สเปนคงไม่ได้แชมป์โลก โดย อาร์เยน  รอบเบน  หลุดเดี่ยวถึงสองครั้งสองครา  แต่ยิงติดตัวคาซิยาสทั้งสองครั้ง  ในเวลาปกติ 90 นาที เสมอกันอยู่ 0 - 0  ต้องต่อเวลา  120  นาที ในการต่อเวลาพิเศษ เนเธอร์แลนด์ยิ่งตกเป็นรองหนัก  เมื่อไฮติงกา ถูกใบแดงไล่ออก  และสเปนจึงอาศัยความได้เปรียบยิงประตูชัยได้ในนาทีที่ 116  จากการกึ่งวอล์เลย์ของอันเดรส  อินิเอสตา (หรือจะอ่าน อิเนียสตา  ก็แล้วแต่จะอ่าน = Iniesta) สเปน จึงชนะไป 1 - 0 ได้แชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา และเป็นทีมจากยุโรปทีมแรก ที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกนอกทวีป  ทีมแรกคือบราซิลที่ได้แชมป์ที่ประเทศสวีเดน  สหรัฐอเมริกและญี่ปุ่น นับเป็นปีทองของทีมชาติสเปนโดยแท้ หลังจากที่พวกเขาได้แชมป์ยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 2008  เป็นทีมที่สอง ในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์ยุโรปและแชมป์โลกติดต่อกันต่อจากเยอรมนี (ตะวันตก) ในปี ค.ศ. 1972 และ 1974 และเป็นชาติที่ 8 ที่ได้แชมป์โลก ต่อจาก อุรุกวัย อิตาลี บราซิล เยอรมนี (ตะวันตก) อังกฤษ อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส

 

ทีมชาติสเปน
สเปนแชมป์โลก ครั้งที่  19
ทีมชาติเนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์ รองแชมป์โลกสมัยที่ 3
ทีมชาติเยอรมนี
เยอรมนีที่ 3 เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน
ทีมชาติอุรุกวัย
อุรุกวัยมาได้สวยมากครั้งนี้ ได้ที่ 4
ทีมชาติบราซิล
บราซิลเต็ง 1 ตลอดกาล ตกรอบ 8 ทีม
ทีมชาติอาร์เจนตินา
อาร์เจนตินาสตาร์เยอะ แต่ตกรอบ 8 ทีม
สเปนฉลองชัย
สเปนฉลองชัย
สเปนฉลองชัย
สเปนฉลองชัยแชมป์โลกครั้งแรก
ประตูชัยของสเปน
ประตูชัยของสเปน โดย อินิเอสตา
อาร์เยน  ร็อบเบน
ร็อบเบนมีโอกาสทอง 2 ครั้ง แต่พลาด
เดอ ยอง
เดอ  ยอง ถีบยอดอกของ อลองโซ อย่างน่าเกลียดมาก

 

เกาหลีใต้
ญี่ปุ่น
เกาหลีใต้และญี่ปุ่น 2 ทีมเจ้าภาพปี 2002 จากเอเชีย ไปได้สวยมากในฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

ฟอร์ลันและซัวเรส
ฟอร์ลัน โชว์ฟอร์มได้ดีมาก ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จนได้ตำแหน่ง นักเตะยอดเยี่ยม แสดงความดีใจ กับซัวเรส

 

ทีมชาติอิตาลี
ทีมชาติฝรั่งเศส
อิตาลีและฝรั่งเศส 2 ทีมดังของโลก จากยุโรป ตกรอบแรกอย่างไม่เป็นท่า ในฟุตบอลโลกครั้งนี้