Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว, ความรู้ทั่วไป, นานาสาระ
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

 
 ตราชั่ง
 

ลักษณะของกฎหมาย

1. เป็นคำสั่ง หรือข้อบังคับ ของผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ

2. ใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไป ทุกสถานที่ในขอบเขต ของประเทศนั้น ๆ โดยเสมอภาคกัน

3.  เมื่อมีการประกาศใช้แล้ว มีผลบังคับได้ตลอด จนกว่าจะถูกยกเลิก

4. ต้องมีสภาพบังคับ ผู้ใดไม่ปฏิบัติ ถือว่าฝ่าฝืน และย่อมได้รับผล ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

   สภาพบังคับ กฎหมาย กำหนดวิธีการบังคับไว้ ้ตามสภาพแห่งความผิด และกำหนดโทษแต่ละอย่าง ไว้อย่างชัดเจน วิธีการบังคับ ที่กำหนดไว้ มี 3 ประเภท คือ

1. ความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มีการกำหนดโทษ ตามหลักใหญ่ ของมาตร 18 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (ปอ.) คือ   ประหารชีวิต   จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน

2. กฎหมายบางฉบับ อาจมีวิธีบังคับ นอกเหนือไปจากข้อ 1

3. เด็กและเยาวชน ให้พิจารณาเป็นพิเศษ ต่างจากผู้ใหญ่

 

 


 พระราชบัญญัติ
 
พระราชบัญญัติ

ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา  พ.ศ.  2544 

     พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน  และค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา         พ.ศ.  2544  ตราขึ้นตามบทบัญญัติ  มาตรา  245, 246 และ 247  แห่งรัฐธรรมนูญ ของราชอาณาจักไทย พุทธศักราช  2540  เพื่อรับรองสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือ จากรัฐของบุคคล  ซึ่งได้รับความเสียหาย เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น โดยตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้อกับการกระทำความผิดนั้น  และไม่มีโอกาสได้รับการบรรเทาควาามเสียหายโดยทางอื่น  รวมทั้งการรับรองสิทธิในการรับค่าตอบแทน และค่าใช้จ่าย ในกรณีของบุคคล ซึ่งตกเป็นจำเลย ในคดีอาญา และถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ และถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี หากปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้น  ว่าข้อเท็จจริง ฟังเป็นที่ยุติว่า จำเลยมิได้เป็นผู้กระทำผิด หรือการกระทำของจำเลย ไม่เป็นความผิด  ดังนั้น  เพื่อให้การรับรองสิทธิดังกล่าว  เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติ

 

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย แก่จำเลย ในคดีอาญา พ.ศ. 2544

       พระราชบัญญัติฉบับนี้ คุ้มครองบุคคล 2 ประเภท คือ 

      1.  ผู้เสียหาย หมายถึง บุคคล ซึ่งได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิต หรือร่างกายหรือจิตใจ เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น และต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น และความผิดที่เกิด ต้องเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญาที่ระบุไว้ท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้ เช่นผู้เสียหาย 

 - ถูกข่มขืนกระทำชำเรา  หรือถูกกระทำอนาจาร

 - ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ หรือถึงแก่ความตาย

 - ถูกลูกหลง ได้รับบาดเจ็บ หรือถึงแก่ความตาย

 - การกระทำโดยประมาทของบุคคลอื่น  โดยพิสูจน์แล้ว มีข้อยุติว่า  ผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนประมาทด้วย

      2.  จำเลย  หมายถึง  บุคคล ซึ่งถูกฟ้องต่อศาลว่า ได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งถูกดำเนินคดี โดยพนักงานอัยการ และถูจำเลยกคุมขังในระหว่างพิจารณาคดี  และปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า จำเลยมิได้เป็นผู้กระทำผิด และมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดี  หรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด ในคดีนั้นว่า  ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า  จำเลยมิได้เป็นผู้กระทำผิด  หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

สิทธิได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหาย

กรณีทั่วไป

1.  ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจ่ายจริง ไม่เกิน  30,000  บาท

2. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 20,000 บาท

3.  ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ในระหว่างที่ไม่สามารถประำกอบการงานได้ตามปกติ อัตราวันละไม่เกิน 200 บาท ระยะเวลาไม่เกิน  1 ปีค่ารักษาพยาบาล

4. ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร ไม่เกิน 30,000 บาท

 

 

ค่าตอบแทน
 กรณีเสียชีวิต

1. ค่าตอบแทน กรณีผู้เสียหาย ถึงแก่ความตาย ตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

2.  ค่าจัดการศพ จำนวน 20,000 บาท

4. ค่าเสียหายอื่น ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

สิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของจำเลย

กรณีทั่วไป

1. ค่าทดแทนการถูกคุมขัง ตามจำนวนวันที่ถูกคุมขัง ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล อัตราวันละ 200 บาท

2. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000 บาท ความเจ็บป่วยต้องเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินดคี

3. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่ายกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 50,000 บาท ความเจ็บป่วยต้องเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี

4. ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้  ในระหว่างถูกดำเนินคดี อัตราวันละ 200 บาท นับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ

5. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกคดี

      -  ค่าทนายความเท่าที่จ่ายจริง ในอัตราไม่เกินกฎกระทรวง กำหนด

         - ค่าใช้จ่ายอื่นเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000 บาท

ค่าตอบแทน

     กรณีเสียชีวิต

1.  ค่าทดแทน จำนวน  100,000 บาท

2. ค่าจัดการศพ จำนวน 20,000 บาท

3.  ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู จำนวนไม่เกิน 30,000 บาท

4.  ค่าความเสียหายอื่น ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร ไม่เกิน 30,000 บาท

 

ดุลพินิจของคณะกรรมการ

        คณะกรรมการจะกำหนดให้ผู้เสียหาย หรือจำเลย ได้รับค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายเพียงใด หรือไม่ จะคำนึงถึงพฤติการณ์ และความร้ายแรงของการกระทำความผิด สภาพความเสียหาย พฤติการณ์ของคดี ความเดือดร้อนที่ได้รับ และให้พิจารณาถึงโอกาสที่ผู้เสียหาย และจำเลยจะได้รับ การชดเชยจากทางอื่นด้วย

 

ตรากระทรวงยุติธรรม

 
       
<<1>>  <<2>>