Make your own free website on Tripod.com
สาระน่ารู้เกี่ยวกับโลก

ดวงอาทิตย์และระบบสุริยะ
ดวงอาทิตย์คือดาวฤกษ์ที่เป็นก้อนแก๊สขนาดมหึมาที่กำลังหมุน ซึ่งมีอายุประมาณ 5 พันล้านปี ดวงอาทิตย์สำคัญต่อพวกเราเนื่องจากมีขนาดมหึมามากและเป็นสมาชิกที่มีอิทธิพลของระบบสุริยะ แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์คอยดึงโลกและดาวเคราะห์อื่น ๆ อีก 8 ดวง พร้อมทั้งดวงจันทร์มากกว่า 60 ดวง ตลอดจนดาวหางและดาวเคราะห์น้อยที่โคจรอยู่รอบ ๆ ดวงอาทิตย์ ดาวเหล่านั้นก่อรูปร่วมกันเป็นระบบมีลักษณะกลมแบนซึ่งมีระยะทางหลายพันล้านกิโลเมตร  อยู่ร่วมกันทั้งในอดีตและอนาคตขึ้นอยู่กับดวงอาทิตย์

พื้นผิวดวงอาทิตย์
        โลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 149.6 ล้านกิโลเมตร (93 ล้านไมล์) แต่ยังอยู่ใกล้พอที่จะให้นักสังเกตมองเห็นลักษณะของพื้นผิวได้ พลังงานที่กำเนิดอยู่ภายในแกนกลางใช้เวลาหลายล้านปีในการเดินทางถึงพื้นผิว ซึ่งเป็นชั้นโฟโตสเฟียร์ ซึ่ง ณ ตรงนี้ บางแห่งจะปรากฏให้เห็นเป็นจุดมืด เปลวไฟ และพวยก๊าซ

sunspot

จุดมืดบนดวงอาทิตย์
การรบกวนในสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ก่อให้เกิดจุดมืดที่เย็นลงในชั้นโฟโตสเฟียร์ จุดมืดหมุนตามวัฏจักร 11 ปี ปรากฏเป็นครั้งแรกที่ละติจูดสูงและเพิ่มจำนวนขึ้นใกล้เส้นศูนย์สูตรในระหว่างวงจร

จุดมืดคือสีม่วงและสีดำ ในภาพสีผสมเท็จนี้

ภายในดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์คือลูกทรงกลมของแก๊สร้อนที่
ให้กำเนิดพลังงานอย่างเหลือเชื่อ แกนกลางของดวงอาทิตย์ร้อนและหนาแน่นอย่างยิ่ง ที่ดวงอาทิตย์ นิวเคลียสของไฮโดรเจนเกิดการปะทะกัน
และรวมตัวกันก่อตัวเป็นฮีเลียม ปฏิกิริยานี้ก่อให้เกิดพลังงานซึ่งทำให้
เกิดแสงสว่างและเผาผลาญ
ระบบสุริยะในท่ามกลางสิ่งอื่น ๆ พลังงานจะผ่านรังสีและเขตพาความร้อนไปยังพื้นผิว (ชั้นโฟโตสเฟียร์) จากนั้นผ่านบรรยากาศของดวงอาทิตย์ (ชั้นโครโมสเฟียร์-ก๊าซสีแดงรอบดวงอาทิตย์) ไปสู่อวกาศ

 

Sun

อายุของดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์คือดาวฤกษ์ที่มีอายุระดับปานกลาง เมื่อมีอายุมากขึ้น รูปลักษณ์ก็จะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อประมาณ 5 พันล้านปี ก๊าซไฮโดรเจนในใจกลางดวงอาทิตย์
จะเปลี่ยนไปเป็นก๊าซฮีเลียมและชั้นนอกก็จะขยายตัว ดวงอาทิตย์ก็จะขยายมากกว่า 150 เท่าของขนาดปัจจุบัน กลายเป็นดาวยักษ์แดง ดาวพุธก็จะถูกดูดกลืน สิ่งมีชีวิตบนโลกก็จะสิ้นสลายไป ในที่สุดชั้นนอกก็จะถูกพัดหรือพาให้ห่างออกไปอย่างช้า ๆ และซากก็จะหดตัวกลายเป็นดาวแคระขาว

เปลวไฟและพวยก๊าซ
การปลดปล่อยพลังงานระเบิดออกมาจากดวงอาทิตย์คือเปลวไฟ การพวยพุ่งของสสารที่พวยพุ่งออกมาจากชั้นโฟโตสเฟียร์
จะโชติช่วงเพียงสองสามนาทีและจางหายไปภายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง การพวยพุ่งที่กินระยะเวลายาวนานคือพวยก๊าซ อาจจะใช้เวลาหลายเดือนและพุ่งออกไปยาวถึง 200,000 กิโลเมตร (125,000 ไมล์) พวยก๊าซบางส่วนที่มีระยะเวลาสั้น ๆ จะเกิดเป็นวงวนอยู่ ณ บริเวณที่สสารพ่นออกมาย้อนกลับไปสู่ดวงอาทิตย์

Flares and prominences

Corona

พระอาทิตย์ทรงกลด
ถัดจากชั้นโฟโตสเฟียร์จะเป็นชั้นโครโมสเฟียร์และโคโรนา
ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศภายในและภายนอกของดวงอาทิตย์ ชั้นบรรยากาศเหล่านี้จะมองเห็นได้ในช่วงเกิดสุริยุปราคาหรือสุริยคราสเท่านั้น
เมื่อพื้นผิวดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบัง โคโรนาจะขยายออกไปไกลจากชั้นโฟโตสเฟียร์มากกว่า 1 ล้านกิโลเมตร (600,000 ไมล์)

 

การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์หมุนรอบแกนของตนเอง ส่วนที่แตกต่างกันของดวงอาทิตย์จะมีความยาวของเวลาที่แตกต่างกันในการหมุนได้รอบหนึ่ง ภูมิภาคที่เป็นเส้นศูนย์สูตรจะเคลื่อนที่เร็วที่สุด ใช้เวลาประมาณ 15 วันในการหมุนรอบหนึ่ง ภูมิภาคที่เป็นแกนจะใช้เวลา 35 วัน

Ecliptic

สุริยวิถี
ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง
ในระบบสุริยะ
แต่ดูเหมือนดวงอาทิตย์จะลอยข้ามขอบฟ้าของโลก ในขณะที่โลกหมุน ดวงอาทิตย์จะขึ้น ณ จุดเริ่มต้นและตก ณ จุดสิ้นสุดของแต่ละวัน ทางโคจรของดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่า     สุริยวิถี จะกะประมาณจากดาวฤกษ์ที่อยู่เบื้องหลังที่อยู่ห่างไกล
ออกไปมากกว่า นับจากโลก ดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ และดวงจันทร์จะมองเห็นอยู่ตรงข้ามขอบฟ้าใกล้กับสุริยวิถี

ภาพซ้าย

สุริยวิถี คือทางโคจรผ่านท้องฟ้าของดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ลอยข้ามขอบฟ้าใกล้สุริยวิถ

สุริยุปราคาหรือสุริยคราส
ขณะที่ดวงจันทร์อยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และโลก มันจะปิดบังพื้นผิวของดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังรัศมี มองจากส่วนของโลกที่ถูกเงา (เงาด้านในที่มืดกว่า) ปิดบัง ดวงอาทิตย์จะมองดูเหมือนถูกบดบังทั้งหมด ส่วนผู้คนที่อยู่ตรงเงาสลัว (เงาด้านนอก) ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังเพียงบางส่วนเท่านั้น อุปราคาหรือคราสจะเกิดขึ้นได้ก็เนื่องจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
มองดูเห็นขนาดเท่ากัน บนท้องฟ้าของโลก ดวงจันทร์เล็กกว่าดวงอาทิตย์ 400 เท่า แต่อยู่ใกล้ชิด (โลก) กว่า 400 เท่า

Ecliptic

 

 

SUN AND SOLAR SYSTEM
THE SUN IS A STAR - a huge ball of spinning gas - that is about 5 billion years old. It is important to us because it is the most massive and influential member of the Solar System. Its gravity keeps Earth and eight other planets, more than 60 moons, and millions of comets and asteroids orbiting around it. Together they make up a disc-shaped system which is billions of kilometres across. They share a past and a future dependent on the Sun.

The Sun's face
Earth is 149.6 million km (93 million miles) from the Sun, but still close enough for observers to make out surface features. Energy generated in the core takes millions of years to reach the surface, the photosphere, where some of it breaks through as sunspots, flares, and prominences.

Sunspots
Disturbances in the Sun's magnetic field produce dark, cooler patches — sunspots — in the photosphere. Sunspots follow an 11-year cycle: they first appear at high latitudes and then increase in number, forming nearer and nearer the Equator during the cycle.

Click to see the picture.

Inside the Sun
The Sun is an incredibly hot sphere of gas that is generating energy. Its core is particularly hot and dense. Here nuclei of hydrogen collide and fuse to form helium. This reaction produces energy which, among other things, lights and heats the Solar System. The energy passes through the radiation and convection zones to the surface (photosphere), then through the Sun's atmosphere (chromosphere) into space.

Click to see the picture.

Life of the Sun
The Sun is a middle-aged star. As it ages, its appearance will change. In about 5 billion years, the hydrogen in its core will have been converted into helium and the outer layers will swell. It will expand to more than 150 times its present size, becoming a red giant. Mercury will be engulfed and life on Earth will cease. Eventually, the outer layers will drift off, and the remains will shrink to become a white dwarf.

Click to see the picture.

Flares and prominences
An explosive release of energy from the Sun is a flare. A jet of material shoots out from the photosphere, is brilliant for a few minutes, and fades in about an hour. Longer-lived jets are prominences. They may last several months and be 200,000 km (125,000 miles) long. Some shorter-lived prominences form a loop where ejected material is returned to the Sun.

Click to see the picture.

Solar corona
Beyond the photosphere are the chromosphere and the corona — the Sun's inner and outer atmospheres. They are only visible during a solar eclipse when the Sun's face is obscured by the Moon. The corona extends for more than 1 million km (600,000 miles) beyond the photosphere.

Click to see the picture.

Solar movement
The Sun spins on its axis. Different parts of it take different lengths of time to complete one turn. The equatorial regions move the fastest, taking about 25 days to complete a turn. The polar regions take 35 days.

Ecliptic
The position of the Sun does not alter within the Solar System but it appears to move across Earth's sky. As the Earth spins, the Sun rises at the start and sets at the end of each day. The Sun's path, called the ecliptic, is measured against the more distant background stars. From Earth, the other planets and the Moon are seen to cross the sky close to the ecliptic.

The ecliptic is the Sun’s path through the sky.  
The Moon and planets cross the sky close to the ecliptic.

Click to see the picture.

Solar eclipse
When the Moon is directly between the Sun and the Earth, it covers the Sun's face. The Sun is eclipsed. From the part of Earth covered by the umbra (the darker, inner shadow), the Sun appears totally eclipsed. For those people in the penumbra (the outer shadow), the Sun is only partially eclipsed. The eclipse is possible because the Sun and Moon appear to be the same size in the Earths sky. The Moon is 400 times smaller than the Sun, but it is 400 times closer.

Click to see the picture.