Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

 
 
 

ถนนบำรุงเมือง

      ถนนเก่าแก่ของกรุงเทพมหานคร ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นถนนที่ค่อนข้างจะตรงมากสายหนึ่ง เริ่มต้นหัวถนน จากถนนสนามไชย ข้ามสะพานช้างโรงสี ตรงไปยังสะพานกษัตริย์ศึก

    ในการประชุมพงศาวดาร เล่มที่ 12 ภาคที่ 25 เรื่องสถานที่ และวัตถุซึ่งสร้าง ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระนิพนธ์ ของสมเด็จ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า "เมื่อถึงปีกุน พ.ศ. 2406 โปรดให้ พระพรหมบริรักษ์ เป็นนายงาน ขยายทางไปเสาชิงช้า เดิมทำเป็นถนน กว้าง 3 วา ตั้งแต่สนามไชย ไปจนประตูสำราญราษฎร์ (ออกวัดสระเกศ) เป็นระยะทาง 29 เส้น 15 วา 3 ศอก ค่าจ้างพูนดิน ถมถนน และก่ออิฐ เป็นคันสองข้างถนน ทำท่อไขน้ำ ทั้งสองข้าง รวมเบ็ดเสร็จ เป็นเงิน 15,092 บาท"

    ในปัจจุบัน ถนนบำรุงเมือง มิได้เริ่มต้น ที่ถนนสนามไชย เพราะได้มีการตัดถนนบำรุงเมือง ช่วงที่เริ่มจากถนนสนามไชย มาจนถึงสะพานช้างโรงสี ฝั่งกระทรวงกลาโหม มาตั้งเป็นถนน "กัลยาณไมตรี" เพื่อเป็นที่รลึก ถึงชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ที่เข้ามารับราชการ ในกระทรวงการต่างประเทศ แล้วสร้างคุณประโยชน์ แก่เมืองไทยเอาไว้มากมาย ดังนั้น ถนนบำรุงเมือง ในปัจจุบัน จึงเริ่มต้น จากเชิงสะพานช้างโรงสี ฝั่งกระทรวงมหาดไทย

ถนนกัลยาณไมตรี

  เชื่อมระหว่าง ถนนราชินี กับถนนสนามไชย เป็นที่อยู่ระหว่าง กระทรวงกลาโหม กับกระทรวงการต่างประเทศ (สมัยนั้น)

   ชื่อที่ตั้งเป็นถนนนั้น เป็นพระราชทินนาม ของชาวต่างชาติผู้หนึ่ง ซึ่งเข้ามารับราชการ และสร้างประโยชน์ ให้แก่ประเทศไทย คือ ตั้งชื่อ ให้เป็นเกียรติแก่ พระยากัลยาณไมตรี (ดร.ฟรานซิส บี แซย์) เป็นชาวอเมริกัน เกิด ณ เมืองในมลรัฐเพ็นซิลวาเนีย เป็นคนที่รับการศึกษา ที่ดีที่สุดในสมัยนั้น ได้รับปิรญญา ทั้งในทางอักษรศาสตร์ และนิติศาสตร์ เมื่ออายุเพียง 27 ปี เท่านั้น และอีก 6 ปี ต่อมา ก็ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ทางกฎหมาย

    ดร. ฟรานซิส บี แซย์ ได้เดินทาง เข้ามาสู่ประเทศสยาม เมื่อ พ.ศ. 2466 เป็นช่วงที่ประเทศไทย ต้องการจะเปลี่ยนสัญญา ที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ กับต่างประเทศ ที่ได้ทำกันมา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และที่ 5 จึงได้ว่าจ้าง ดร. บี แซย์ เข้าไว้ในตำแหน่ง ที่ปรึกษา กระทรวงการต่างประเทศ

  การที่สยาม พยายามจะขอแก้ไข สัญญากับนานาประเทศใหม่นี้ ปรากฏว่า สหรัฐอเมริกา ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจ ประเทศไทย เป็นประเทศแรก พร้อมทำสัญญาใหม่ ใน พ.ศ. 2463 ยอมยกเลิกสิทธิพิเศษต่าง ๆ โดยมิได้หวังประโยชน์ตอบแทน จากฝ่ายไทยแต่ประการใด โดย ดร. ฟรานซีส เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ

 


 เมื่อแรกมีถนนในกรุงเทพฯ

     ความจริง  เมืองไทยได้มีถนนมาช้านานแล้ว  ตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ในสมัยสุโขทัย  คือ เมื่อประมาณหกร้อยกว่าปีมานี้ ก็ได้ม่ีถนนพระร่วง  ใช้เป็นทางคมนาคม  ระหว่างกรุงสุโขทัย กับ เมืองกำแพงเพชรสายหนึ่ง และระหว่างกรุงสุโขทัย กับเมืองศรีสัชนาลัย  อีกสายหนึ่ง  ดังที่ปราฏซากเหลือให้เห็นเป็นบางตอนในปัจจุบัน

    สำหรับถนนในกรุงสุโขทัย  ก็คงจะมีหลายสายเช่นเดียวกัน และในสมัยอยุธยา ก็ได้ความว่าในกรุงศรีอยุธยา มีถนนอยู่หลายสายเหมือนกัน ดังมีหลักฐานปรากฏว่า นายแพทย์ เองเกลเบิร์ก  แคมป์เฟอร์ ชาวเยอรมัน ที่เข้ามาเมืองไทย เมื่อ พ.ศ. 2233 ในรัชสมัย สมเด็จพระเพทราชา  บันทึกสภาพกรุงศรีอยุธยา  มีความตอนหนึ่งว่า 

     "...ถนนสายกลาง ซึ่งแล่นเหนือขึ้นไปยังพระราชวังนั้น มีผู้คนอยู่อย่างคับคั่งที่สุด แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ร้านช่างศิลปะและหัตถกรรมต่าง ๆ..."

       ส่วนในสมัยของรัตนโกสินทร์ตอนแรก ๆ  คือ ตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างพระนคร จนกระทั่งถึงรัชกาล  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ปรากฏว่า มีถนนในพระนครอยู่หลายสายเหมือนกัน แต่ถนนส่วนใหญ่ เป็นถนนดิน แคบและสั้น  เมื่อถึงฤดูแล้ง ก็เป็นฝุ่น  พอถึงฤดูฝน ก็เฉอะแฉะเป็นโคลนตม ถึงแม้ว่าบางถนน จะใช้อิฐเรียงตะแคง แต่ก็เอาทราย และดินถมเป็นหน้าถนน  ถนนดังกล่าว จึงมีสภาพไม่ต่างกับถนนดินเท่าใดนัก

       ครั้นถึงในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเห็นว่า ถนนหนทางในพระนคร ชำรุดทรุดโทรมมาก พระองค์จึงได้ทรงประกาศแผ่พระราชกุศล ซ่อมแซมถนนเป็นการใหญ่ ตามหมายประกาศ   ดังนี้

ถนนบำรุงเมือง
ถนนบำรุงเมืองในอดีต

    "ด้วย เจ้าพญายมราชชาติเสนางคนรินทรมหินทราธิบดี รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สั่งว่า  บัดนี้ถนนในพระนคร ชำรุดซุดโซม  ยับย่อยไปมาก สมณชีพราหมณ์ อนาประชาราษฎร เดินไปเดินมาลำบาก จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพญายมราชเปนแม่กอง ทำถนนที่ชำรุดลุ่มซุดไปนั้น ทำเสียใหม่ให้เปนปรกติ เปนหลายแห่ง แล้วทรงพระราชดำริห์ว่า การก่อถนนนี้ เปนสาธารณกุศล เปนประโยชน์แก่คนทั่วไป ใคร ๆ ก็จะได้เดินไปมาสบาย   สดวกกันทุก ๆ  คน ควรที่ท่านทั้งปวง จะยินดีทำด้วยกัน เพราะฉะนั้น จึงโปรดเกล้าโปรดกะรหม่อม ให้ประกาษบอกแผ่การพระราชกุศล ต่อพระบรมวงษาณุวงษ์ ข้าราชการผู้ใหญู่ผู้น้อย ฝ่ายทหารพลเรือน ค่างน่าค่างใน ในพระบรมมหาราชวัง ที่ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัด ในจำนวนปีมเสง  นพศกนี้ ให้ได้ส่วนพระราชกุศลด้วยกัน ตามได้ตามมีตามศรัทธาอุสาห

     คือขอให้เอาอิดดีบ้าง อิดหักบ้าง มากแลน้อยตามแต่จะยินดี ช่วยมากแลน้อย ไม่ว่าไม่เกน จงมาเภิ่มในการพระราชกุศลทุก ๆ  คนเทิญ

     เมื่อจะเอาอิดดี ฤๅอิดหักมาส่งนั้น ให้มาส่งกับเจ้าพญายมราช แม่กองแต่ในเดือนอ้ายเดือนยี่ ปีมเส็ง นพสก โปรดให้จดหมายรายวัน ตามผู้ใดมีสัทธา ได้เอาอิดมาส่งมากแลน้อย ให้มหาดเล้กรายงานกราบทูลพระกรุณาทรงทราบ จะทรงอนุโมทนาด้วยท่านทุก ๆ  คน ตามรับสั่ง

     ตีพิมพ์ประกาษ การพระราชกุสล  ณ วันพุทธ เดือนสิบสอง แรมสามค่ำ ปีมเสง นพศก"

    นี่คือ การริเริ่มการบูรณะถนนหนทางเป็นครั้งแรก ในรัชกาลที่ 4  เมื่อตอนต้น ๆ  รัชกาล แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่า ได้ซ่อมแซมถนนอะไรบ้าง

     อย่างไรก็ตาม พอจะสันนิษฐานได้ว่า ถนนที่ซ่อมแซมดังกล่าว คงจะเป็นถนนรอบ ๆ พระบรมมหาราชวังนั่นเอง เพราะเมื่อสมัยต้นรัชกาลที่ 4  มีถนนสำคัญ  เพียงรอบ ๆ  พระบรมมหาราชวังเท่านั้น

     เนื่องจาก การคมนาคมในสมัยนั้น ยังคงใช้ทางน้ำเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ ความจำเป็นจะสร้างถนนจึงไม่มี  ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ก่อนหน้านั้นขึ้นไป จะไม่มีการสร้างถนนเลย  มีแต่การให้ขุดคลอง แม้ในรัชกาลต่อมา จนกระทั่งถึงปัจจุบัน แม่น้ำลำคลอง ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการคมนาคมอยู่

    ครั้นถึง พ.ศ. 2400  พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดฯ ให้ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เป็นแม่กองขุดคลอง จากคลองผดุงกรุงเกษม ผ่านทุ่งวัวลำพอง (หัวลำโพง) ตรงออกไปบรรจบกับคลองพระโขนง ที่คลองเตย โดยให้ขุดเอาดินถม ทำเป็นถนนริมฝั่งคลอง  ทางข้างเหนือด้วย รวมเสียค่าจ้างทั้งขุดคลองและทำถนน เป็นเงิน 16,633 บาท เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์โปรดให้เรียกคลองนี้ว่า คลองถนนตรง ด้วย

    เหตุนี้ ถนนดังกล่าว จึงเรียกว่า ถนนตรง ตามชื่อคลองไปด้วย แต่ส่วนใหญ่พากันเรียกว่า ถนนวัวลำพองตามชื่อทุ่ง

     ครั้งเมื่อเปลี่ยนเป็นเรียกหัวลำโพง ถนนก็เรียกว่า ถนนหัวลำโพง   ภายหลัง จึงได้เปลี่ยนชื่อ เป็นถนนพระราม 4  ดังที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้

     ส่วนสาเหตุที่จะขุดคลองทำถนนตรงนั้น ก็เนื่องมาจากพวกฝรั่ง ที่เข้ามาตั้งห้างร้าน ค้าขายอยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ข้าใต้พะรนคร คือแถวสี่พระยา บางรัก สาธร วัดพญาไกรในปัจจุบัน ได้ทำเรื่่องราว เข้ายื่นต่อกรมท่าว่า พวกพ่อค้าต่างประเทศที่ตั้งห้างร้านค้าขายอยู่นั้น ได้รับความลำบาก และเสียเวลาในการเดินเรือ ค้าขายกับพระนคร จึงคิดจะพากันไปตั้งห้างร้านค้าขาย อยู่ที่ใต้ปากคลองพระโขนง ตลอดลงไปจนถึงบางนา จึงขอให้ทางการช่วยสงเคราะห์ ขุดคลอง ทำถนนให้เป็นทางลัด เพื่อจะได้ไปมาค้าขายกับพระนคร ได้สะดวก แต่ครั้นเมื่อโปรดฯ ให้ขุดคลองถนนตรงแล้ว พวกพ่อค้าต่างประเทศดังกล่าว ก็หาได้ย้ายลงไปตั้งห้างร้าน ตามสถานที่ดังกล่าวไม่ ทั้งนี้ จะเป็นเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ    

ถนนมหาไชย
ถนนมหาไชย ในอดีต

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2404  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์  ที่สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กองกับ พระอินทราธิบดี สีหราชรองเมือง เป็นนายงานตัดถนน ตั้งแต่คลองคูพระนครชั้นใน (คือคลองโอ่งอ่าง ในปัจจุบัน) ที่ริมวังเจ้าเขมร ตรงลงไปต่อกับถนนตรง หรือถนนหัวลำโพง ที่คลองผดุงกรุงเกษม สายหนึ่ง และตัดถนนแยกจากถนนใหม่ ตรงเหนือวัดสามจีน (วัดไตรมิตรฯ) ตรงลงไปหลังบ้านฝรั่ง  จนตกฝั่งแม่น้ำที่ตำบลดาวคนอง อีกสายหนึ่ง ถนนนั้น ก็คือถนนเจริญกรุง หรือถนนตก  แต่เมื่อสร้างเสร็จใหม่ ๆ  ราษฎรพากันเรียกว่า ถนนใหม่ ส่วนฝรั่งก็เรียกตามไทยว่า "นิวโรด" ซึ่งแปลว่า ถนนใหม่เช่นกัน

    เรื่องการสร้างถนนเจริญกรุงนั้น ก็มีสาเหตุจากพวกฝรั่งอีกเช่นกัน คือกงสุลต่างประเทศ ได้เข้าชื่อทำเรื่องถวายว่า

     "ชาวยุโรปเคยขี่รถ ขี่ม้า เที่ยวตากอากาศได้ตามสาบาย ไม่มีเจ็บไข้ เข้ามาอยู่ที่กรุงเทพพระมหานคร ไม่มีถนนหนทางที่จะขี่รถขี่ม้า พากันเจ็บไข้เนือง ๆ ได้ทรงทราบหนังสือแล้ว ทรงพระราชดำริเห็นว่า พวกยุโรป ได้เข้ามาอยู่ในกรุงมากขึ้น ทุกปี ๆ  ด้วยประเทศบ้านเมืองเขา มีถนนหนทางก็เรียบรื่นสะอาดไปทุกบ้านทุกเมือง บ้างเมืองของเรามีแต่รกเรี้ยว หนทางก็เป็นตรอกเล็กซอยน้อย หนทางใหญ่ ก็เปรอะเปื้อน ไม่เป็นที่เจริญตา ขายหน้าแก่ชาวนานาประเทศเขาว่า เข้ามาเป็นการเตือนสติ เพื่อจะให้บ้านเมืองงดงามขึ้น"

    ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  จึงโปรดฯ ให้สร้างถนนเจริญกรุง ตอนนอกกำแพงเมืองขึ้น เพื่อจะให้พวกฝรั่งได้มีถนนสำหรับขีม้าเที่ยวเล่น ตามที่ได้กราบทูลร้องทุกข์ไว้

    

อ่านต่อด้านบน

    
         มีเรื่องว่าเมื่อกะแผนผังจะตัดถนนเจริญกรุงนั้น เดิมได้ขีดเส้นสร้างถนน จากสามแยก ตรงลงมาที่ประตูเมือง (ประตูสามยอด) แต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทักท้วงว่า ผิดหลักยุทธศาสตร์ เพราะถ้าข้าศึกเอาปืนใหญ่ตั้งยิงในถนน ก็สามารถจะทำลายประตูเมืองได้อย่างง่ายดายดังนั้น จึงโปรดให้สร้างถนนเลี้ยว ตรงเชิงสะพานเหล็ก (ดำรงสถิตย์)

     อนึ่ง พร้อมกับการสร้างถนนเจริญกรุง ก็โปรดฯ ให้ขุดคลองขวาง ตั้งแต่บางรัก ไปจนถึงถนนตรง (ถนนวัวลำพอง) ตรงศาลาแดง ด้วยการขุดคลองขวางนี้ ก็ทำเช่นเดียวกับการขุดคลองถนนตรง คือ ขุดเอาดินมาถมทำถนน โดยการทิ้งดินทางฝั่งใต้ของคลองถนนนี้ ภายหลังฝรั่งได้มาทำการตั้งโรงสีลม จึงได้ชื่อว่า ถนนสีลม มาตั้งแต่นั้น    

ประตูสามยอด
ประตูสามยอด

  ถนนทั้ง 3 สาย ดังกล่าว สร้างมีขนาดเท่ากัน คือ กว้าง 5 วา 2 ศอก ถมดินสูง 2 ศอกคืบ เป็นระยะทางรวมกันทั้งสิ้น 281 เส้น 5 วา สิ้นค่าก่อสร้างทั้งหมด เป็นเงิน 28,038 บาท ส่วนค่าขุดคลองถนนสีลม เป็นเงิน 8,194 บาท

   ส่วนถนนในกรุงที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง ต่อมาก็ได้แก่ ถนนเจริญกรุง ตอนใน ถนนบำรุงเมือง และถนนเฟื่องนคร

     การสร้างถนนเจริญกรุง ตอนในนั้น โปรดให้ เจ้าพระยายมราช (ครุฑ) เป็นแม่กอง พระพรหมบุรีรักษ์ เป็นนายงาน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2405 ขยายทางเดิมบ้าง ตัดใหม่บ้าง ทำเป็นถนนกว้าง 4 วา เป็นระยะทาง 25 เส้น 10 วา 3 ศอก เริ่มตั้งแต่หน้าวัดพระเชตุพน ไปออกประตูสะพานเหล็ก ต่อกับถนนเจริญกรุง ตอนนอกกำแพงเมือง สิ้นค่าก่อสร้างถมดินทำถนน และทำท่อน้ำ 2 ข้างถนน เป็นเงิน 19,700 บาท และโปรดฯ ให้สร้างตึกแถวขึ้น 2 ฟากถนน พระราชทานพระราชโอรสธิดา สำหรับตึกแถวที่สร้างเป็นตึกชั้นเดียว ว่าถ่ายแบบมาจากสิงคโปร์

    ส่วนการสร้างถนนบำรุงเมือง และถนนเฟื่องนคร โปรดให้ พระพรหมบริรักษ์ เป็นนายงาน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2406 คือถนนบำรุงเมือง ขยายทางตั้งแต่สนามไชย ผ่านเสาชิงช้า ไปจนถึงประตูสำราญราษฎร์ (ประตูผี) เป็นระยะทาง 29 เส้น 14 วา 3 ศอก สิ้นเงินค่าก่อสร้างพูนดิน ถมถนน และก่ออิฐเป็นคัน รวมทั้งทำ่ท่อน้ำ 2 ข้างถนน เป็น 15,092 บาท สำหรับถนนเฟื่องนครขยายทาง ตั้งแต่กำแพงพระนครทางด้านทิศใต้ ที่มุมวัง กรมหลวงเทเวศร์วัชรินทร์ เป็นถนนขวาง ผ่านบ้านหม้อ ผ่านถนนเจริญกรุง ผ่านถนนบำรุงเมือง ไปจดกำแพงพระนครทางด้านทิศเหนือ ตรงวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นระยะทางยาว 50 เส้น สิ้นค่าก่อสร้าง ถมที่ทำถนน เป็นเงินทั้งสิ้น 20,042 บาท แล้วโปรดฯ ให้สร้างตึกแถว ทรงพระราชอุทิศให้เป็นสมบัติของวัดบวรนิเวศหนึ่งแถว ของวัดราชประดิษฐ์หนึ่งแถว

     ส่วนเงินที่เอามาสร้างถนน ดังกล่าว ปรากฏว่า เป็นเงินพระคลังข้างที่ส่วนหนึ่ง กับเงินปี้จีน ซึ่งชาวจีนต้องเสีย เป็นภาษีอีกส่วนหนึ่ง ตามรายละเอียด "ประกาศเงินปี้จีน ปีชวดทำถนน" ดังนี้

     "มีพระบรมราชโองการ ให้ประกาศแก่จีนทั้งปวง ซึ่งต้องเสียเงินผูกปี้ เข้ามาช่วยราชการแผ่นดินทั้งปวงให้ทราบว่า เงินผู้กปี้รายระกา ตรีศกนั้นได้จ่ายทำถนนเจริญกรุง แลถนนหลวงใหญ่ ตลอดลงไปสำเพ็ง และคอกกระบือ แลออกไปกลางทุ่งทางคลองตรง เป็นทางขึ้นได้แล้ว ยังแต่จะต้องจัดซื้อซายกรวดเพิ่มเติมให้ทางแขงดีขึ้น ยังจะแก้ไขต่อไปอยู่ แต่ถนนบำรุงเมืองนั้น ทรงพระราชศรัทธา บริจาคพระราชทรัพย์ แต่พระคลังในที่ จ้างจีนทำแลซื้อศิลายาวกระหนาบสองข้างถนน แลได้ซื้อซายถม แลจะเพิ่มเติมต่อไป ถนนบำรุงเมืองนี้ ไม่ได้ใช้เงินปี้จีนเลย ใช้เงินในพระราชทรัพย์พระคลังทั้งสิ้น

      เงินปี้จีนปีชวด ฉอศกนี้ ได้โปรดให้จ่ายจ้างจีนทำถนนขวาง ตั้งแต่วัดบวรนิเวศวิหารลงมาจนริมวัง พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทเวศรวัชรินทร์ การได้เริ่มขึ้นบ้างแล้ว ถ้าทางนี้เสร็จแล้ว จะโปรดให้จ่ายสร้างถนนลงไปแต่หอกลอง แลศาลเจ้าพระกาลไชย์ศรี พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ลงไปจนตะพานหัน แล้วจะทำถนนสำเพ็ง ลงไปจนถึงวัดสัมพันธวงษาราม แลวัดประทุมคงคา แลแวะออกประจวบทางใหญ่เจริญกรุงในทางที่ควร การทั้งปวงจะใช้ด้วยเงินผูกปี้ ในปีชวด ฉอศกนี้ ให้จีนทั้งปวงบันดาซึ่งได้เสียเงินผูกปี้ เข้ามาในหลวงทั้งปวง จงยินดีว่า ได้เรี่ยไรกันสร้างหนทางเจริญกรุงแลหนทางถนนสำเพ็งขึ้น เปนประโยชน์แก่คนทั้งปวงนั้นเถิด อย่าคิดเสียใจว่า ต้องเสียเงินเข้ามาในหลวงเปล่า ๆ เลย ให้คิดว่า ได้เรี่ยไรกันสร้างถนนใหญ่ แล้วจะสร้างขึ้นทำนุบำรุงบ้านเมือง ซึ่งเป็นที่อยู่ด้วยกัน จีนต้องเสียเงิน เมื่อปีระกา ตรีศก แลปีชวด ฉอศก นี้ คนละสี่บาท ฤๅสองคราว รวมเปนคนละแปดบาท สร้างถนนใหญ่ ในหลวง ก็ได้เสียพระราชทัรพย์ ของพระคลังข้างที่ สร้างถนนบำรุงเมืองขึ้น เหมือนเข้าเรี่ยไรกับจีนฉันนั้น ให้จีนทั้งปวงชื่นชมยินดีเถิด"

   การสร้างถนนทั้งหมด ได้สำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2407 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดฯ ให้มีการฉลองที่หน้าพระที่นั่งไชยชุมพล ถึง 3 วัน พร้อมทั้งพระราชทานนามถนนใหญ่ ทังตอนในพระนคร และตอนนอกพระนครว่า "ถนนเจริญกรุง" ถนนที่ผ่านเสาชิงช้า พระราชทานนามว่า "ถนนบำรุงเมือง" (ทราบว่าถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ถนนกัลยาณไมตรี ไปเสียแล้ว) และถนนขวาง พระราชทานนามว่า "ถนนเฟื่องนคร"

ถนนเจริญกรุง
ถนนเจริญกรุง ในอดีต

  นี่คือเมื่อแรกมีถนนในกรุงเทพฯ

     ครั้นถึงรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว กรุงเทพฯ ก็ได้มีถนนมากขึ้นเป็นลำดับ

     แต่ถนนเหล่านั้น สร้างขึ้นในสมัย เมื่อใช้การขี่ม้า และรถม้าเป็นพาหนะ ดังนั้น ถนนส่วนใหญ่ จึงสร้างไม่มั่นคงและแข็งแรงเหมือนอย่างเดี๋ยวนี้

      เมื่อมีรถยนต์เข้ามาวิ่ง ในกรุงเทพฯ เมื่อปลายรัชกาลที่ 5 ถนนหนทางจึงได้ทำมั่นคงแข็งแรงขึ้น และปลายรัชกาลนี้เอง ที่ได้มีถนนลาดยางมะตอยเกิดขึ้น

     ปัจจุบัน การสร้างถนน รัฐบาลทุกรัฐาล ถือเป็นเรื่องสำคัญรีบด่วน เพราะการพัฒนาประเทศนั้น ถนนเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง
 

 

     ที่่มา : กรุงเทพฯ ในอดึน โดย เทพชู ทับทอง สนพ. สุขภาพใจ