Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว, ความรู้ทั่วไป, นานาสาระ
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

 
   

หอไอเฟิล

หอเอฟเฟลในกรุงปารีส

     เป็นหอสูง สร้างด้วยโครงเหล็กล้วน โดยช่างชาวฝรั่งเศส ชื่อ กุสตาฟ  เอฟเฟล  ในคราวมีงานมหกรรมของโลก  ณ กรุงปารีส เมื่อ พ.ศ. 2413 เป็นหอสูง 984 ฟุต ใช้เหล็ก 7,000 ตัน น็อต 3,500,000 ตัว สีทาทั้งหมด 35 ตัน เสียเวลาสร้าง 1 ปี ตอนบนมีหอพักชมวิว 4 ชั้น มีร้านขายอหาร สำหรับผู้ขึ้นไปชมความงาม ของนครปารีส และฝั่งแม่น้ำเซนด้วย  สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 7,799,401 ฟรังก์ เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยเหล็ก ที่น่ามหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก

พระราชวังโปตะลา

พระราชวังโปทาลา

     ตั้งอยู่ในเมืองลาซา เมืองหลวงของทิเบต ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจีน มีพระราชวัง ซึ่งเป็นที่ประทับของ ดาไลลามะ องค์ประมุขทางศาสนา ฝ่ายมหายานของทิเบต เรียกว่า พระราชวังโปทาลา ตั้งอยู่บนเขาหินลูกหนึ่ง สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,830 ฟุต มีความยาวด้านละ 900 ฟุต แบบอย่างของการสร้าง เป็นประดุจป้อมมหึมา มีกำแพงหนาก่อขึ้นเป็นชั้น ๆ  แต่ทว่า เป็นสถานที่ต้องห้าม สำหรับคนต่างเมือง ผู้ที่มีโอกาสเข้าไปพบเห็นแล้ว กล่าวว่า เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้น อย่างสวยงามที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

 


 พระปฐมเจดีย์
 
  พระปฐมเจดีย์

      องค์พระปฐมเจดีย์ อยู่ในวัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  สูงประมาณ 120 เมตร สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้  เพราะเคยปรากฏปาฏิหาริย์เป็นแสงให้เห็นอย่างชัดเจน ต่อพระพักตร์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 มาแล้ว  จึงเชื่อกันว่า ภายในมีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ที่พระเจ้าอโศกมหาราชประทานมา

     พระเจ้าอโศกมหาราช เป็นกษัตริย์ครองแคว้นมคธ  ประเทศอินเดีย เสวยราชย์ระหว่าง พ.ศ. 271 - 311 ซึ่งแต่เดิมทรงเลื่อมใสศาสนาพราหมณ์ ต่อมาทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทรงสร้างพระสถูป เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 84,000 องค์ ตามเมืองทั่วพระราชอาณาเขต และได้ส่งสมณทูตไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาทั่วประเทศอินเดีย และต่างประเทศ ทั้งตะวันตกและตะวันออก

     พระปฐมเจดีย์องค์เดิมสันนิษฐานว่า จะเป็นรูปคล้ายบาตรคว่ำ ตามแบบพระมหาเจดีย์ที่เมืองสัญจีในประเทศอินเดีย  พระเจ้าอโศกโปรดให้สร้างขึ้นไว้ แต่สร้างเมื่อใดไม่ปรากฏ  แต่หลักฐานทางโบราณคดีเชื่อกันว่า พระเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช  องค์พระเจดีย์ได้รับการสร้างเสริมจากผู้มีอำนาจหลายครั้ง เช่น มีการเปลี่ยนจากยอดฉัตร อย่างพระมหาเจดีย์สัญจีเป็นยอดปรางค์  แล้วยังเสริมยอดปรางค์ ซึ่งเป็นของเล็กให้สูงขึ้นเล็กน้อย  องค์เจดีย์ค่อย ๆ  เปลียนจากทรงขันหรือบาตรคว่ำ  มาเป็นทรงระฆังกลมสูงขึ้น

     ในขณะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผนวชเป็นพระภิกษุอยู่ ได้เสด็จมานมัสการ  ทรงเห็นว่า พระปฐมเจดีย์เป็นปูชนียสถานที่มีขนาดใหญ่  จึงกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ของให้ทรงบูรณะ  แต่มีพระราชดำรัสว่า  "เป็นของอยู่ในป่ารก   จะทำขึ้นก็ไม่มีประโยชน์อันใดนัก"  ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเสวยราชสมบัติแล้ว ใน พ.ศ. 2396 พระองค์จึงโปรดฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ  บุนนาค) เป็นแม่กองเสริมสร้างตามแบบที่ช่างได้ขึ้นถวายใหม่เป็นเจดีย์ทรงกลม  ไม่มีฐานทักษิณ  แต่เนื่องจากพระเจดีย์องค์ใหญ่โตมาก  ต้องระดมใช้ช่างไทย จีน เกณฑ์คนผลัดเปลี่ยนกันช่วยทำอิฐปูนและก่อสร้างเดือนละ 4 ผลัด ๆ  ละ 200 คน สร้างไปได้ 2 ปี แม่กองสร้างได้ถึงแก่พิราลัย  จึงโปรดฯ ให้เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ  บุนนาค) ผู้เป็นบุตรให้เป็นแม่กองสร้าง

     พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดฯ  ให้สร้างโบสถ์วิหาร และทรงชักชวนพระบรมวงศานุวงศ์  ข้าราชการ  และพ่อค้าประชาชน ร่วมกันสร้างกุฏิสงฆ์ และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ  รวมทั้งโปรดให้ขุดคลองเจดีย์บูชา และคลองมหาสวัสดิ์  เพื่อให้คนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มานมัสการพระปฐมเจดีย์ได้สะดวกขึ้น  เพราะสมัยนั้นยังไม่มีทางรถยนต์เหมือนปัจจุบัน

     พ.ศ. 2403 เกิดพายุฝนตกหนักหลายวันติดต่อกัน ดินรอบ ๆ  องค์พระปฐมเจดีย์ อ่อนเหลว ทำให้องค์พระยุบลง  จึงโปรดให้แก้ไของค์พระเจดีย์เสียใหม่ โดยขยายให้กว้างและสูงกว่าเดิม ใช้ซุงทั้งต้นปักเป็นเข็ม รัดด้วยโซ่เหล็กขนาดใหญ่เป็นเปลาะ ๆ  แล้วก่ออิฐถือปูนหุ้มข้างนอก ส่วนอิฐองค์พระเดิมที่พังทลายลงมาให้เกลี่ยปนกับดินจากที่อื่น ๆ  ทำเป็นลานทักษิณรอบ ๆ  การสร้างพระปฐมเจดีย์เป็นโครงการที่ใหญ่มาก  นอกจากองค์พระเจดีย์โดยตรงแล้ว  ยังต้องสร้างพระวิหารทิศ พระอุโบสถ  หอระฆัง หอกลองและศาลาต่าง ๆ  อีกเป็นอันมากในบริเวณสังฆาวาส หรือที่พระสงฆ์อยู่อาศัย ที่ทรงย้ายจากบริเวณทิศเหนือ มาไว้ทางทิศใต้ขององค์พระเจดีย์  การก่อสร้างจึงต้องใช้เวลานาน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาตรวจงานบ่อย ๆ  ทุกคราวที่เสด็จ จะทรงนำเอาแผ่นอิฐขึ้นไปบนนั่นร้าน ก่อองค์พระเจดีย์ด้วยพระองค์เอง คราวละแผ่นสองแผ่นร่วมกับช่าง  นับว่าพระองค์ทรงร่วมในการก่อพระเจดีย์สำคัญองค์นี้  องค์พระเจดีย์สร้างอยู่ถึง 4 ปี ยังไม่เสร็จ พระอุโบสถพระวิหาร  เสนาสนะและสิ่งจำเป็นอื่นสำหรับพระอารามยังไม่ได้สร้าง  จึงทรงชักชวนพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ คฤหบดี แลพ่อร้างมาร่วมสร้างกุฏิสงฆ์ เป็นหลัง ๆ  รวม 24 หลัง  แต่เป็นของกะเกณฑ์เร่งด่วน และถือว่าเป็นของอยู่ในป่า การสร้างกุฏิเหล่านี้จึงมิได้กำหนดรูปแบบให้  แล้วแต่ความคิดและทุนทรัพย์ของผู้ร่วมพระราชกุศล  แต่ก็โปรดตรัสชมว่า แปลกตาดีเหมือนกัน  ส่วนพระอุโบสถพระวิหารและอื่น ๆ  ที่ส่งเสริมให้เกิดความสวยงามแก่องค์พระปฐมเจดีย์ตรงนั้น เป็นของประณีต ต้องใช้ช่างที่ชำนาญพิเศษ จึงโปรดให้ช่างหลวงสร้าง

ซากพระปฐมเจดีย์เดม

อ่านต่อด้านบนขวา

   
พระปฐมเจดีย์
     การสร้าง พระปฐมเจดีย์ พร้อมกับสิ่งต่าง ๆ  ตามโครงการไม่เสร็จในรัชกาลที่ 4  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5 จึงทรงสร้างต่อ จนกระทั่งสำเร็จลงเรียบร้อย  และได้เสด็จพระราชดำเนินมายกยอด พระปฐมเจดีย์ ในวันที่  25 พฤษภาคม 2413  และในปลายรัชกาล ได้โปรดให้สร้างระเบียงชั้นนอกเพิ่มขึ้น อีกชั้นหนึ่ง กับทรงสั่งซื้อกระเบื้องเคลือบ จากเมืองจีนมาหุ้มองค์พระปฐมเจดีย์ทั้งองค์ เพื่อความคงทนและสวยงาม แต่ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน

     ในรัชกาลที่ 6  พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่ห้ว  โปรดให้หุ้มองค์พระเจดีย์ต่อจนเสร็จเรียบร้อย ทรงบูรณะราวบันไดใหญ่ ด้านเหนือ  เพื่อให้สง่างาม รับกับบันไดใหญ่อันโอ่อ่า ที่สมเด็จพระศรีพัชรินทรา  บรมราชินีนาถ ทรงสร้างไว้  กับโปรดให้แก้ซุ้มหน้าวิหารด้านนี้เสียใหม่ แล้วพระราชทานพระพุทธรูป ปางประทานอภัย  ซึ่งเดิมชำรุดอยู่ในวัดโบราณศรีสัชนาลัย  ขณะที่ได้เสด็จไปพบพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาทนั้น ยังคงเป็นสมเด็จพระยุพราชอยู่  ได้โปรดให้อัญเชิญลงมายังกรุงเทพฯ  เมื่อได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบันติแล้ว  โปรดให้ช่างในกรม ช่างหล่อปฏิสังขรณ์ขึ้นให้บริบูรณ์ เต็มพระองค์ ในวัดพระเชตุพน เมื่อ พ.ศ. 2456  เสร็จเรียบร้อยแล้ว  โปรดให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในซุ้มพระวิหาร ทิศเหนือ ตรงกับกลางบันไดใหญ่  และทรงถวายพระนามว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์  ศรีอินทราทิตย์ธรรมโมภาส  มหาวชิราวุธราช ปูชนียบพิตร"  นอกจากนี้ ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้บรรจุพระสรีรางคาร คือ กระดูกเถ้าถ่านของศพของพระองค์ไว้ในฐานพระพุทธรูปองค์นี้ด้วย  แต่ในการบรรจุจริงได้บรรจุไว้ที่ผนังหลังพระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งมีพวงหรีดแขวนไว้เป็นสำคัญ  ส่วนในรายการอื่น ๆ  ก็โปรดให้แก้ไขกำแพงแล้ว รอบบริเวณองค์พระเจดีย์  และโปรดให้พระยาอนุศาสตร์จิตรกร ช่างเขียนฝีมือเอก เขียนภาพองค์พระปฐมเจดีย์องค์ใหม่สวมองค์เก่าไว้ บนผนังด้านหลังของห้อง ในพระวิหารหลวง พร้อมกับเขียนภาพเทวดา นักบวช นักพรต พญาครุฑ พญานาค คนธรรพ์ ฯลฯ มาชุมนุมนมันการพระปฐมเจดีย์ และในห้องนอกของพระวิหารหลังเดียวกันนี้ เขียนภาพต้นพระศรี ไว้บนผนังหลังพระพุทธรูป

     ปลายรัชกาล ได้โปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงออกแบบพระอุโบสถ เพื่อสร้างแทนหลังเก่า ที่สร้างมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4  ซึ่งทรุดโทรมมาก แต่พอเตรียมการไปบ้างแล้วก็เสด็จสวรรคต

     ในรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างพระอุโบสถต่อไปจนแล้วเสร็จ  ลักษณะขององค์พระเจดีย์ และสิ่งต่าง ๆ  ที่อยู่โดยรอบองค์พระปฐมเจดีย์ หรือที่เรียกบริเวณนี้ว่า "พุทธาวาส"

 

 

พระปฐมเจดีย์องค์เดิม

พระปฐมเจดีย์องค์เดิม