Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

 
   

ผีตาโขน เป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง ของคนอีสาน ผู้เล่นจะสวมหน้ากาก และแต่งตัวให้หน้ากลัว แต่ไม่ใช่การเชิญผีมาเข้าทรง เป็นการเล่นตลกอย่างหนึ่ง ในอดีตคนอีสานนิยมเล่นผีตาโขน ในงานบุญบั้งไฟ และงานบุญผะเหวด (พระเวส) มาโดยตลอด เหตุที่มีขบวนแห่ผีตาโขน เพราะมีความเชื่อว่า เมื่อพระเจ้ากรุงสัญชัย กับพระนางผุสดี ไปเชิญพระเวสสันดร และพระนางมัทรีกลับเมือง ขบวนแห่แหนเข้าเมือง มีคนป่าหรือผีป่า ที่เคยปรนนิบัต ิและเคารพรักพระเวสสันดร ร่วมขบวนมาส่งด้วย

ผีตาโขน ในขบวนแห่ จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก

ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่ สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดา ประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตา ด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่น จะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัวผีตาโขนชาย1ตัว หญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศ ปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำ ต้องได้รับอนุญาตจากผี หรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกป ีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ผีตาโขนเล็ก ทุกคนไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วม พราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผน และซุกซน 

หน้ากากผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนเล็ก ทำจากส่วนที่เป็นโคน ของก้านมะพร้าว และหวดนึ่งข้าวเหนียว โดยนำมาเย็บติดกัน แล้วเขียนหน้าตา ทำจมูกเหมือนผี ส่วนชุดแต่งกายของผ ีมักมีสีฉูดฉาดบาดตา โดยอาจเย็บเศษผ้า เป็นเสื้อตัวกางเกงตัว หรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้ ข้อสำคัญคือต้องคลุมร่างกาย ให้มิดชิด


 

 


ประเพณีผีตาโขน

     "ผีตาโขน" เป็นชื่อการละเล่นชนิดหนึ่ง โดยผู้เล่นทำรูปหน้ากาก มีลักษณะ น่าเกลียดน่ากลัว  มาสวมใส่และแต่งตัวมิดชิด  แล้วเข้าขบวนแห่แสดงท่าทางต่าง ๆ  ในระหว่างมีงานบุญตามประเพณีประจำปีของท้องถิ่นพื้นบ้าน  การเล่นผีตาโขน มีปรากฏในพื้นที่ต่าง ๆ  โดยเฉพาะที่อำเภอด่านซ้าย  จังหวัดเลย  การเล่นผีตาโขน มีเฉพาะงานบุญประเพณีที่ภาษาพื้นบ้านอำเภอด่านซ้าย เรียกว่า "บุญหลวง"

     "บุญหลวง" ที่วัดโพนชัย  อำเภอด่านซ้าย ในเดือนแปดข้างขึ้น นิยมทำ 3 วัน ดังกล่าว คือ วันแรกเป็นวันรวม (วันโฮม) เป็นวันที่ประชาชนตามตำบลหมู่บ้านต่าง ๆ  เดินทางมาร่วมงาน  ซึ่งปกติจะนำบั้งไฟมาด้วย  โดยเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. - 05.00 น. ทำพิธีอัญเชิญพระอุปคุตเข้ามาประดิษฐานอยู่ที่วัด  โดยอัญเชิยก้อนหิน จากแม่น้ำหมันใส่พาน  ซึ่งสมมติว่าเป็นพระอุปคุตนำมาประดิษฐานไว้ที่หออุปคุต ข้างศาลาโรงธรรม  ที่เตรียมจัดไว้แล้ว  เชื่อว่าจะสามารป้องกันเหตุเภทภัยต่าง ๆ  ที่จะเกิดในงานได้  เมื่อพิธีอัญเชิญพระอุปคุตเสร็จเรียบร้อยแล้ว  จะมีการละเล่นต่าง ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน  เช่น เล่นเซิ้งบั้งไฟ  ฟ้อนรำ  การแสดงผีตาโขน  การแสดงการเล่นต่าง ๆ เป็นต้น  วันที่สองของงาน  ตั้งแต่ตอนเช้าถึงบ่าย จะมีการละเล่นต่าง ๆ  เช่นวันก่อน

     เวลาประมาณ  14.00  น. - 15.00  น. จะมีพิธีแห่เวสสันดรและพระนางมัทรี เข้าเมือง โดยสมมติให้สถานที่นอกวัดในบริเวณหมู่บ้านเดิ่น ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย เป็นที่พระเวสสันดรและพระนางมัทรีประทับอยู่ มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ พระเวสสันดรกับพระนางมัทรี และอัญเชิญพระเวสสันดรและพระนางมัทรี เสร็จแล้ว มีขบวนแห่ง คือ ทำการแห่งเข้าวัด ซึ่งสมมติว่าเป็นเมือง โดยอัญเชิญพระพุทธรูป นำหน้า ถัดไปมีพระสงฆ์ 4 รูป นั่งบนแคร่ตามหลัง ต่อจากนั้น จึงเป็นขบวนแห่บั้งไฟ โดยเอาบั้งไฟมามัดรวมกันบนแคร่และมี "เจ้ากวน" นั่งบนบั้งไฟ มีขบวนการแสดง ผีตาโขน การละเล่นของประชาชนทั่วไป  โดยแห่รอบวัดสามรอบ นำพระพุทธรูป ไปประดิษฐานไว้ที่เดิม นิมนต์พระสงฆ์ลงจากแคร่ และเชิญเจ้ากวนลงจากบั้งไฟ เป็นเิสร็จพิธีแห่พระเวสสันดรและพระนางมัทรีเข้าเมือง ตอนเย็นมีการจุดบั้งไฟ (เจ้ากวน คือ ผู้ชายที่ทำหน้าที่ให้ดวงวิญญาณเจ้าในอดีตเข้าทรง ชาวบ้านส่วนมาก เรียกว่า เจ้าพ่อกวน)

ผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่
ผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่

     การเล่นผีตาโขน จะมีมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏ คงจะมีการเล่นตั้งแต่มี "บุญหลวง" ขึ้น และบุญหลวงซึ่งเป็นบุญพระเวสสันดรและบุญบั้งไฟรวมกันนี้ คงมีมาแต่โบราณ ตั้งแต่ตั้งเมืองด่านซ้ายขึ้น ซึ่งคงเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว และอาจมีมาแต่ เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแพร่ มายังประชาชนไทยในภูมิภาคนี้ตั้งแต่แรก

     เมื่อทราบกำหนดการจัดทำบุญหลวงแล้ว ชาวบ้านซึ่งอยู่บริเวณใกล้วัด ที่จะทำบุญหลวง จะเตรียมเครื่องแต่งกายผีตาโขนไว้ให้พร้อม ตามประเภท ของผีตาโขน ซึ่งผีตาโขนมี 2 จำพวก ได้แ่ก่ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก หรือผีตาโขนทั่วไป

     เมื่อเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับผีตาโขนไว้ให้พร้อมล่วงหน้าแล้ว ในวันแรกของงาน ซึ่งเป็นวันรวมหรือวันโฮม ก่อนสว่าง ผีตาโขนเล็กทั้งหลาย จะไปรวมกัน ณ บ้านช่าง ที่ทำผีตาโขนใหญ่ และเมื่อทางวัดจัดทำพิธีแห่พระอุปคุตจากท่าน้ำมาประดิษฐาน ไว้ที่วัดแล้ว จะจัดขบวนแห่  โดยผีตาโขนใหญ่นำหน้าขบวน เมื่อพร้อมแล้ว ก็แ่ห่ไปยังบ้าน "เจ้ากวน"  โดยมีกลอง ฆ้อง ฉิ่ง ฉาบ เข้าขบวนแห่ไปด้วย เมื่อขบวน ผีตาโขนไปถึงบ้านเจ้ากวนแสดงการเล่นท่าต่าง ๆ  "เจ้ากวนไ จะออกมาต้อนรับ ขบวนผีตาโขนเลี้ยงเหล้ายาอาหารต่าง ๆ แก่ผู้ไปเยี่ยม ในขณะที่ขบวนผีตาโขน ไปเยี่ยมที่บ้าน "เจ้ากวน" นั้น จะมี "นางเทียม" หรือ "เจ้าแม่นางเทียม" (นางเทียม คือ ผู้หญิงที่ทำหน้าที่ให้วิญญาณเจ้าแม่ในอดีต ซึ่งประทับอยู่ ณ ศาลอารักษ์หลักเมือง อำเภอด่านซ้าย ที่เรียกว่า "หอหลวง" และ "หอน้อย" เข้าทรง) ไปร่วมการต้อนรับ พวกผีตาโขนด้วย เมื่อพวกผีตาโขนได้แสดงการเล่นรับประทานอาหารและเหล้า ได้เวลาอันสมควรแล้วจึงลา "เจ้ากวน" และ "นางเทียม" แห่ไปยังวัด เมื่อทำการแห่รอบวัดและแสดงการเล่นประมาณ 3 รอบ หรือตามอัธยาศัยแล้ว ขบวนผีตาโขนจะพากันแห่ไปตามละแวกบ้าน เพื่อแสดงการเล่นให้ชาวบ้านชม และขอเหล้าข้าวปลาอาหารจากชาวบ้านกิน ได้เวลาสมควรจะกลับมาที่วัด เพื่อแสดงการเล่น รอหยอกล้อผู้คนที่เดินทางมาร่วมงานจากหมู่บ้านต่าง ๆ  และหยอกล้อผู้หญิงหรือเด็ก ซึ่งพักอยู่ตามปะรำหรือบริเวณวัดด้วย ในการแห่ไปเยี่ยมตามละแวกบ้าน วันหนึ่ง ๆ  อาจไปหลายครั้ง และแยกเป็นหลายคณะ บางทีก็มีคณะเล่นเซิ้งบุญร่วมขบวนไปด้วย เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน

 

 

อ่านต่อด้านบนขวา

      
   เมื่อชาวบ้านมาจากหมู่บ้านต่าง ๆ  เพื่อร่วมงาน จวนจะถึงบริเวณวัด พวกผีตาโขนเล็กจะคอยหยอกล้อ โดยเอาด้ามดาบหรือง้าวแหย่พวกผู้หญิงและเด็ก โดยเฉพาะสาว ๆ  เป็นที่สนุกสนานโดยทั่วกัน เมื่อเล่นกันเหนื่อยพอสมควรแล้ว ก็พากันไปพักผ่อน พอหายเหนื่อยแล้ว ก็กลับมาเล่นอีก จนกระทั่งถึงเย็น หรือค่ำ หรืออาจจะเล่นจนดึงหรือตลอดคืนก็ได้

    พอวันที่สองของงาน พวกผีตาโขนจะเร่ิมเล่นกันที่วัด และไปตามละแวกบ้านตั้งแต่เช้ามืด เมื่อถึงเวลาบ่าย บรรดาผีตาโขนทุกประเภท ตลอดจนผู้ร่วมงาน จะไปร่วมกัน ณ จุดที่อัญเชิญพระเวสสันดร และพระนางมัทรีเข้าเมือง คือบริเวณหมู่บ้านเดิ่น ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย เมื่อทำพิธีอัญเชิญ และบายศรีสู่ขวัญพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเสร็จ ก็ร่วมกันแห่พระเวสสันดรและพระนางมัทรีเข้าเมือง โดยแห่ไปยังวัดที่จัดงาน เมื่อแห่รอบบริเวณวัด 3 รอบ ก็เป็นอันเสร็จพิธีแห่พระเวสสันดรและพระนางมัทรี เข้าเมือง การแห่พระเวสสันดรและพระนางมัทรี เข้าเมืองนี้ นับเป็นการจัดขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ มีคนไปร่วมขบวนแห่มากมาย และมีการแสดงการละเล่น อย่างครึกครื้น นับเป็นจุดสนุกสนานที่สุดของงาน รวมทั้งผีตาโขนก็ร่วมแสดงด้วย

ผีตาโขน
การละเล่นผีตาโขน จ. เลย

     ภายหลังการร่วมขบวนแห่ดังกล่าวแล้ว บรรดาผู้เล่น ผีตาโขน จะนำเครื่องเล่นผีตาโขน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการเล่นไปทิ้งที่ลำน้ำใกล้วัด หรือถอดกอง รวมกันไว้ที่นอกวัดแห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อให้หายเสนียด จัญไร นับเป็นการเสร็จการแสดงผีตาโขน ผู้สวมใส่เครื่องผีตาโขนมีเฉพาะผู้ชายเท่านั้น ไม่มีผู้หญิง สวมใส่และแสดงเลย อาจเป็นด้วยไม่เหมาะสม ที่เพศหญิง จะไปแสดง ส่วนงาน "บุญหลวง" เมื่อเสร็จจากการแห่ พระเวสสันดรและพระนางมัทรีเข้าเมืองแล้ว ตอนเย็นวันนั้นจะมีการจุดบั้งไฟ ในคืนที่สอง ตอนหัวค่ำ มีการฟังพระสวดพระพุทธมนต์ และฟังเทศน์เรื่อง พระมาลัยหมื่น พระมาลัยแสน จึงหยุดพัก พอย่างเข้าวันที่สามของงาน ราว 3 หรือ 4 นาฬิกา พระเทศน์สังกาสและเรื่องพระเวสสันดรตลอดวัน จะเทศน์จบทุกกัณฑ์และเสร็จพิธีก็ตกบ่ายหรือเย็น ของวันที่สามของงาน เป็นเสร็จพิธีงาน "บุญหลวง"

ผีตาโขน
การละเล่นผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย