Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ
   

วังบูรพา

วังบูรพาภิรมย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสร

  วังบูรพาภิรมย์ เป็นวัง ที่พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์สุดท้อง ในสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี เมื่อ พ.ศ. 2418

  พื้นที่บริเวณนี้ เป็นวังเก่า มาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้านายที่เคยประทับที่น ี่ล้วนเป็นพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ที่ได้รับมอบหมาย ให้มารักษาพระนคร ด้านทิศตะวันออก ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนเรนทรพิทักษ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนเรนทรบริรักษ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ   กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนรินทรเทพ   เมื่อมีการสร้างวังใหม่ ในรัชกาลที่ 5 จึงได้รับพระราชทานนามซึ่งหมายถึง "วังที่อยู่ทางทิศตะวันออก" คือ วังบูรพาภิรมย์ หรือ วังบูรพา

    วังบูรพาภิรมย์ ออกแบบโดย นาย  จอาคิโน กราสซี่ (Gioachino Grassi) สถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน-ออสเตรียน [ เป็นสถาปัตยกรรม  ผสมผสานแนวโคโลเนียล สร้างเป็นพระตำหนักใหญ่สูง 2 ชั้น ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง เนื้อที่กว้างขวาง ตั้งแต่ริมถนนตรงป้อมมหาชัย จนถึงสะพานเหล็ก ใช้เวลาสร้าง 6 ปี ตั้งแต่เริ่มวางศิลาฤกษ ์เมื่อวันแรม 4 ค่ำ  เดือน 4 ปีกุนสัปตศก จุลศักราช 1237  ตรงกับวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ 2418

   เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ   เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช  เสด็จมาประทับ ณ วังนี้แล้ว ทรงโปรด ให้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่เสมอ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จพระราชดำเนินมางานเต้นรำ ที่นี่อยู่เสมอ นอกจากนี้ วังนี้ยังเคยใช้เป็นที่รับรอง ท่านรพินทรนาถ ฐากูร ปราชญ์ชาวอินเดีย เมื่อครั้งมาบรรยายในประเทศไทย

   หลังจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เสด็จทิวงคต ในปี พ.ศ. 2471 วังนี้ก็ซบเซาลง ทายาทของท่าน ให้เช่าเป็นที่ตั้งโรงเรียนสตรีภานุทัต ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังสงครามสงบลง  ก็ใช้เป็นอาคารเรียน ของโรงเรียนพณิชยการพระนคร  

  เมื่อ พ.ศ. 2495 ทายาทราชสกุลภาณุพันธุ์ ได้ขายวังบูรพา ให้เอกชน คือนายโอสถ โกศิน ในราคา 12 ล้าน  2 หมื่นบาท มีการรื้อวังออก เพื่อสร้างเป็นศูนย์การค้า และโรงภาพยนตร์สามแห่ง คือโรงภาพยนตร์คิงส์ โรงภาพยนตร์ควีนส์ และโรงภาพยนตร์แกรนด์ ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2497 เมื่อรวมกับตลาดมิ่งเมือง (ปัจจุบัน คือ ศูนย์การค้าดิโอลด์สยามพลาซ่า) และโรงภาพยนตร์อีกแห่งหนึ่งคือ ศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมฉลอง กรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี ในปี พ.ศ. 2475 จึงนับว่าย่านนี้เป็นย่านการค้า ที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น

   ในช่วง พ.ศ. 2499 - 2500 ย่านนี้ได้กลายเป็นแหล่งชุมนุม ของวัยรุ่นหนุ่มสาวทันสมัย เรียกว่าเป็น โก๋หลังวัง ซึ่งหมายถึง วังบูรพา นั่นเอง ทุกวันนี้ศูนย์การค้า และโรงภาพยนตร์เหล่านั้น ล้วนเลิกกิจการไปหมดแล้ว แต่ย่านดังกล่าว ก็ยังคงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ วังบูรพา

 


ประวัติการสร้างกำแพงพระนคร

     หลังจากสร้างพระราชวัง และขุดคูเมืองแล้ว  พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช  ทรงโปรดให้เกณฑ์ลาว (คืออีสานทุกวันนี้) เมืองเวียนจัน ่ตลอดจนหัวเมืองลาวริมแม่น้ำโขงฟากตะวันตก  เข้ามาขุดรากก่อกำแพงพระนคร  และสร้างป้อมเป็นระยะ ๆ  รอบพระนคร

      ลาวที่ถูกเกณฑ์ทั้งหมดนี้ ไม่ได้กลับถิ่นเดิม  เพราะการสร้างบ้านแปลงเมือง ไม่ได้เสร็จในคราวเดียว  หากทำต่อเนื่องหลายรัชกาล  พวกที่เกณฑ์มา จึงตั้งหลักแหล่งกระจายทั่วไปตามแต่นายงานจะสั่งให้อยู่ตรงไหน  ทำงานที่ไหน  ที่สุดแล้วก็สืบโคตรตระกูลลูกหลาน ตั้งหลักแหล่งถาวรอยู่ในบางกอก กลายเป็นคนกรุงเทพฯ

แผนที่แสดงป้อมรอบพระนคร
แผนที่ปัจจุบัน แสดงตำแหน่งเคยมีป้อมรอบพระนคร สมัยรัชกาลที่ 1

      ในเอกสารเก่าบอกว่า พระนครเมื่อแรกสร้าง มีกำแพงพระนคร และคูพระนครยาว 175 เส้นเศษ (7 กิโลเมตรเศษ) มีเนื้อที่ในกำแพงพระนคร  2,163  ไร่  กำแพงสูงประมาณ 7 ศอก (3.60 เมตร) หนาประมาณ 5 ศอก (2.70 เมตร)  มีประตู  63  ประตู  เป็นประตูใหญ่  กว้างประมาณ  8  ศอก (4.20 เมตร) สูงประมาณ  5  ศอก (2.70  เมตร)  สูงประมาณ  4  ศอกคืบ (2.40  เมตร)  47  ประตู มีป้อม  14  ป้อม  มีนามดังนี้

  1. ป้อมพระสุเมรุ  อยู่หัวกำแพงเมืองด้านเหนือ  เป็นป้อมใหญ่  มีหอรบสูง  เลียนแบบป้อมเพชร ที่พระนครศรีอยุธยา
  2. ป้อมยุคนธร  อยู่หน้าวัดบวรนิเวศ
  3. ป้อมมหาปราบ  อยู่ระหว่างสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กับสะพานเฉลิมวันชาติ
  4. ป้อมมหากาฬ  อยู่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ  หน้าวัดราชนัดดาราม
  5. ป้อมหมูหลวง  อยู่หน้าลหุโทษเดิม  ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ
  6. ป้อมเสือทยาน  อยู่ระหว่างป้อมหมูหลวง กับสะพานดำรงสถิตย์ (สะพานเหล็ก) หรือสะพานเหล็กบน ที่ถนนเจริญกรุง
  7. ป้อมมหาไชย  อยู่หน้าวังบูรพาภิรมย์
  8. ป้อมจักรเพชร  อยู่หัวมุมกำแพงเมืองด้านใต้
  9. ป้อมผีเสื้อ  อยู่บริเวณปากคลองตลาด หัวมุมปากคลองคูเมืองเดิม
  10. ป้อมมหาฤกษ์  อยู่ตรงโรงเรียนราชินีล่าง ทับรากฐานเดิมของป้อมวิชเยนทรื์สมัยอยุธยา ซึ่งเป็นป้อมป้องกันปากน้ำเมืองบางกอก สมัยกรุงศรีอยุธยา  ตามยุทธวิธีแบบฝรั่งเศส
  11. ป้อมมหายักษ์  อยู่ตรงตลดท่าเตียน  เยื้องหน้าวัดโพธิ์  ไม่ถึงหน้าวิหารพระนอน
  12. ป้อมพระจันทร์  อยู่บริเวณท่าพระจันทร์ เป็นป้อมมุมวังหน้า  ด้านทิศใต้
  13. ป้อมพระอาทิตย์  อยู่ปากคลองท่าช้างวังหน้า  บริเวณที่เป็นรากฐาน สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร  ใช้เป็นป้อมมุมวังหน้าด้านทิศเหนือ
  14. ป้อมอิสินธร  อยู่ระหว่างป้อมพระอาทิตย์กับป้อมพระสุเมรุ
แนวกำแพงพระนคร
แนวกำแพงพระนคร  ด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ประตูพระนคร
ประตูพระนคร
ประตูกำแพงพระนคร ตรงหน้าวัดบวรนิเวศ บางลำพู (สร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นแบบประตูยอด
ประตูพฤฒิบาศ ส่วนป้อมที่เห็นถัดไป เป็นป้อมมหากาฬ จะมองเห็นภูเขาทองด้วย

 

 

อ่านต่อด้านบนขวา

        
    ถ้านับป้อมรอบวังหลวงโดยเฉพาะป้อมด้านแม่น้ำ  คือ ป้อมพิศาลสีมาตรงมุมวัง ตรงข้ามวิหารพระนอนวัดพระเชตุพน  ป้อมมหาสัตตโลหะ กับป้อมอินทรรังสรรค์ ตรงท่าช้างวังหลวง  ป้อมรอบพระนคร จะมีทั้งหมดรวม 17 ป้อม

      ทุกวันนี้เหลือซากอยู่  2  ป้อม  คือ ป้อมพระสุเมรุ กับป้อมมหากาฬ

ประตูพระนคร
ประตูเมือง บนถนนมหาชัย สมัยรัชกาลที่ 5

      นอกจากนั้น ยังมีประตูเข้าออกอยู่ระหว่างป้อม เช่น ประตูสามยอด  เป็นประตูใหญ่มีสามยอด  กับประตูเล็ก เรียกประตูช่องกุดเป็นระยะ ๆ  แล้ว ยังมีประตูผีเป็นช่องขนศพ จากในเมืองไปเผานอกเมืองด้วย

      กำแพงพระนครด้านแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นวังหลวงกับวังหน้า จะใช้กำแพงวังเป็นกำแพงป้องกันพระนคร เช่นเดียวกับพระนครศรีพยุธยา

ประตูสามยอด
ประตูสามยอด ที่เห็นไกล ๆ  บนถนนเจริญกรุง ที่ตัดสมัยรัชกาลที่ 4

      ในเวลาเมื่อทำการสร้างกำแพงพระนครนั้น  พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์จดว่า จะสร้างสะพานช้างข้ามคลองรอบกรุง แต่พระผู้ใหญ่สมัยนั้น ถวายพระพรทักท้วง เลยให้งดไว้ไม่สร้าง ดังนี้

ประตูสามยอด
ประตูสามยอด คร่อมถนนเจริญกรุง ตัดสมัยรัชกาลที่ 4

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  กับสมเด็จพระอนุชาธิราช  กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จพระราชดำเนิน ตรวจการก่อสร้าง  ทรงพระราชดำริ จะให้สร้างสะพานข้ามคลอง รอบกรุง ที่ใต้ปากคลองมาหนาค

ถนนมหาไชย
ถนนมหาไชย ด้านขวามือ คือป้อมหมูหลวง ด้านซ้ายมือคือกองมหันตโทษ  (ปัจจุบันคือสวนรมณีนารถ)ั

      จึงพระพิมลธรรม  วัดโพธาราม  ไปถวายพระพรว่า  ซึ่งจะทรงสร้างสะพานช้างข้ามคูพระนครนั้น อย่างธรรมเนียมแต่โบราณมาไม่เคยมี  แม้มีการสงครามถึงพระนคร ข้าศึกก็จะข้ามมาถึงชานพระนครได้โดยง่าย  อีกประการหนึ่ง แม้นจะแห่กระบวนเรือรอบพระนคร สะพานนั้น ก็จะเป็นที่ขัดขวางอยู่

      ทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย  จึงโปรดเกล้าโปรดกะรหม่อม ให้งดสร้างสะพานช้างเสีย  เป็นแต่ให้ทำท่าช้าง สำหรับช้างข้ามคลองรอบกรุง

 

ป้อมมหากาฬ
ป้อมมหากาฬ ตรงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จะมองเห็นภูเขาทองอยู่ด้านหลัง

ที่มา : กรุงเทพฯ มาจากไหน  โดยสุจิตต์  วงศ์เทศ