Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว, ความรู้ทั่วไป, นานาสาระ
line decor
                                   ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ


 ขลู่
 
 ขลู่

ชื่อสามัญ : Indian Marsh Fleabane

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pluchea  indica                            (L.) Less.

วงศ์ : COMPOSITAE          (ASTERACEAE)

      ไม้พุ่ม สูง 1-2.5 เมตร ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับ กว้าง 1-5 ซม. ยาว 2.5-10 ซม. ขอบใบหยักซี่ฟันห่าง ๆ  ดอกช่อ ออกที่ยอดและซอกใบ กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง ไม่แตก

สรรพคุณ

     ต้น-ใช้ทั้งต้น กินเป็นยาขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน การทดลองในสัตว์และคนปกติ พบว่า ยาขับปัสสาวะแผนปัจจุบัน (hydrochlorothiazide) และมีข้อดีคือ สูญเสียเกลือแร่น้อยกว่า นอกจากนี้ ยังใช้ต้มน้ำอาบแก้ผื่นคัน

     ใบ-น้ำคั้นใบสด รักษาริดสีดวงทวารด้วย

 

ช้าพลู

ช้าพล

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper   sarmentosum Roxb. ex Hunter

วงศ์ : PIPERRACEAE

ชื่ออื่น : นมวา ผักปูนา ผักพลูนก พลูลิง

      ไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด

สรรพคุณ

      ต้น - ใช้ทั้งลำต้น ขับเสมหะ ใบเป็นยาขับลม การทดลองในสัตว์ พบว่า สารสกัด ทั้งต้น มีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหว ของลำไส้ และคล้ายกล้ามเนื้อ

 

 

 


  เห็ดหลินจือ
 เห็ดหลินจือ

    เห็ดหลินจือ  มีต้นกำเนิดจากภูเขาในประเทศจีน  ซึ่งชาวจีนค้นพมายาวนาน  กว่า  2,000 ปี  แล้วว่ามีคุณค่า  สามารถป้องกัน และบำบัดรักษาโรคในร่างกายเรา  เป็นอย่ามีประสิทธิภาพ  เห็ดหลินจือมีอยู่หลายชนิด  โดยจำแนกตามสีและสรรพคุณ  อย่างน้อยมี  6  ชนิด  โดยมีสรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือชนิดต่าง ๆ  แตกต่างกัน  นอกจากนั้น  ในสมัยโบราณ  จีนยังใช้เห็ดหลินจือ  เป็นสัญลักษณ์แห่งการเป็น  สิริมงคลอีกด้วย

     ในระยะ  30  ปีที่ผ่านมา  ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณทางยา  ของเห็ดหลินจือในประเทศจีน  ญี่ปุ่น  เกาหลี  สหรัฐอเมริกา และยุโรป  ซึ่งได้พบสรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือจำนวนมาก  ที่ำสำคัญได้แก่  การเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  การบำรุงตับและการควบคุมโรคมะเร็ง  โดยสรรพคุณเหล่านี้  เป็นการวิจัยในเห็ดหลินจือสีแดงน้ำตาลเท่านั้น

   ตระกูล  : Polyporaceae

   ชื่อสามัญ : เห็ดหลินจือ  เห็ดหมื่นปี  เห็ดเล่งจือ  เห็ดขอนไม้ เห็ดจวักงู  ฯลฯ  ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า  Reishi  ในภาษาจีนเรียนกว่า  Ling  zhi

   ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ganoderma lucidum (Fr.) Karst.

    ชื่อท้องถิ่น : Lacquered  mushroom, Holy  mushroom

    ลักษณะทั่วไป : เห็ดหลินจือจัดเป็นราขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง  ที่มีรูปร่างคล้ายไต  สีแดงอมน้ำตาล  หรือสีม่วงแก่  มีลาย  วงแหวน มีความวาวเป็นมัน  มีลักษณะแข็งเหมือนเนื้อไม้  ปลายรอบนอกสุดของหมวกเห็ดบาง และม้วนเข้าด้สนในเล็กน้อย  ผิวในของหมวกเห็ดมีสีขาว หรือน้ำตาลอ่อน  ก้านดอกเห็ดมีสีน้ำตาลแดง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  4  ซม.

     ในประเทศไทย  สามารถพบเห็ดหลินจือในธรรมชาติได้เกือบทุกภาคของประเทศ  ซึ่งก็จะมีชื่อเรียกพื้นบ้านที่ต่างกันไป  เช่น  เห็ดจวักงู  เห็ดกระด้าง  เห็ดไม้  เห็ดนางกวัก ฯลฯ  และพบว่ามีการใช้เห็ดหลินจือในการป้องกันโรคหวัด แก้พิษงู  และแมงสัตว์กัดต่อย  แก้อาการเมาเห็ด  บำรุงกำลัง  แก้ปวดหลัง  และรักษาโรคภายใน  ซึ่งในปัจจุบันมีสถาบันต่าง ๆ  หลายแห่ง  ได้ศึกษาวิจัยเห็ดหลินจือ

     ส่วนในด้านกฎหมาย  ได้มีการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  ไว้ในสรรพคุณเรื่องการบำรุงร่างกายเท่านั้น

ส่วนที่นำมาเป็นประโยชน์ : หมวกเห็ด (Fruiting body)

  องค์ประกอบ

    1.  โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) ประกอบด้วยโพลีแซคคาไรด์หลายชนิด  มีโครงสร้างหลักเป็นเบต้า-ดี-กลูแคน

     2.  ไทรเทอร์ปีนอยด์ (Triterpenoids)  มีโครงสร้างเป็น Lanostanoid  พบมากกว่า  60  ชนิด  เป็นสารที่มีรสขม

      3.  สเตียรอยด์ (Steroids) ที่สำคัญ  คือ  ergosterol

      4. โปรตีน  ที่สำคัญ คือ  Ling  Zhi-8  ประกอบด้วย  กรดอะมิโน  110  โมลิกุล  มีคาร์โบไฮเดรตในโมลิกุล 1.3%

       5.  นิวคลีโอไซต์ และนิวคลีโอไทด์ (Nucleisides  and  Nuleotides)

       6.  ไลปิดส์ (Lipids) ได้แก่  behenic  acid, lingnoceric  acid, linoleic  acid, nonadecanoic  acid,  oleic  acid,  pairmiyic  acid,  stearic  acid และ  tetradec-cis-9-enoic  acid

        7. สารกลุ่มอื่น ๆ  กลุ่ม  sesquiterpenes  เช่น  15-hydroxyacorenone  กลุ่ม  quinoids  เช่น  crysophanic  acid,  crysophanic  acid  glucoside  สารประกอบกำมะถัน  เช่น  cyclooctasulfur  สารประกอบอินทรีย์  เช่น  germ  anium

สรรพคุณยาเห็ดหลินจือ

     สมุนไพรเห็ดหลินจือ  ได้รับการยอมรับในการนำมารักษาโรค ด้วยวิธีทางธรรมชาติ ด้วยหลักการแห่งความสมดุลของหยินหยาง  เพื่อสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของร่ายกาย  ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้ง  3  ระบบ  ได้แก่

    1.  ระบบทางเดินอาหาร โรคกระเพาะอักเสบ  ลำไส้อักเสบ  ท้องผูก  ตับอักเสบ

    2.  ระบบทางเดินหายใจ  โรคหลอดลมอักเสบ  โรคหอบหืด  โรคภูมิแพ้

    3.  ระบบไหลเวียนของโลหิต  โรคความดันโลหิต  โรคหัวใจ  โรคเม็ดเลือดขาวต่ำ  ขจัดสารพิษใสหลอดเลือด

     4. บรรเทาอาการปดวโรคประสาท โรคตับแข็ง โรคไตอักเสบ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ พร้อมทั้งยังสามารถบรรเทาอาการของโรคอื่น ๆ  ได้

     สำหรับผู้ที่มีสภาพร่างกายปกติ  ก็สามารถรับประทานเห็ดหลินจือได้ เพื่อเป็นการบำรุงสมอง  เพิ่มภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ  บำรุงผิวพรรณ  ให้เปล่งปลั่งสดใส  ชะลอความชรา  เมื่อรับประทานเห็ดหลินจือได้  1  วัน อาจจะเกิดปฏิกิริยาทางระบบขับถ่ายของร่างกายและผิวพรรณ  สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า  สารโพลีแซคคาไรด์ในเห็ดหลินจือ  ได้เริ่มขับถ่ายสารพิษสะสมอยู่ในร่างกายออกมา  และเมื่อรับประทานติดต่อกัน  2-4  วัน  อาการต่าง ๆ  เหล่านี้จะหายไปเองและจะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น


 

เหมาะสำหรับ

  ผู้ต้องการบำรุงร่างกาย  เช่น  เด็กในวัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ  เป็นต้น

    ผู้ที่มีความดันโลหิตไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

    ผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูง  เช่นผู้ป่ายโรคเบาหวาน

    ผู้ที่ไขมันในเลือดสูงวัยทำงาน

    ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ

    ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้

    ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

    ผู้ที่ป่วยเกี่ยวกับตับและไต

    ผู้ที่มีมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดแข็งตัวช้า

ปริมาณที่ใช้

    การใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็ง : ใช้เห็ดหลินจือแห้ง วันละ  9-15  กรัม/วัน  หรือ  เห็ดหลินจือสกัด  วันละ  2  กรัม/วัน

    การใช้เพื่อรักษาโรคทั่ว : ใช้เห็ดหลินจือแห้ง วันละ 3-6 กรัม/วัน หรือเห็ดหลินจือสกัด วันละ  0.5-2 กรัม/วัน

     การใช้บำรุงร่างกาย : ใช้เห็ดหลินจือแห้งวันละไม่เกิน  6  กรัม/วัน  หรือ  เห็ดหลินจือสกัดวันละ 1.01-0.5 กรัม/วัน

 

  อ่านต่อด้านบน

 


    ผลการวิจัย  สรรพคุณทางยา ของเห็ดหลินจือ 

ส่วนประกอบ
สรรพคุณ
Adenosinc การแก้ปวด
Ganodemic  acid R, S Ganosterone  Glucan การป้องกันตับ
Poloysaccharides, Glucans การลดการอักเสบ
Polysaccharides, Alkaloids การควบคุมมระเร็ง
Ganodemic  acid, Cyclooctasulfur บำรังหัวใจ
Ganodemic  acids การแก้แพ้
Ganoderans การลดไขมันในเลือด
Ganoderol  Ganoderic การลดน้ำตาลในเลือด
Polysaccharides, Prorein

การปรับความดันโลหิต การสร้างอินเตอร์เฟียรอน  (Interferon) Adenosine  

Polysaccharides การลดการจับตัวของเกร็ดเลือก
Polysaccharides การสร้างโปรตีน


เห็ดหลินจือ

การป้องกันรังสี

    พบสรรพคุณ "เห็ดหลินจือ" ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยโรคไต

    เห็ดหลินจือ  เป็นหนึ่งในสมุนไพร  ที่มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย และรักษาโรค  เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง มาเป็นเวลานาน  ล่าสุด อาจารย์คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ  ได้นำสรรพคุณของพืชที่มากคุณค่าชนิดนี้  มาใช้รักษาผู้ป่วยโรคไต  ร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน  ซึ่งมีผลทำให้อาการไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ ของผู้ป่วยไตลดลง  และป้องกันภาวะเข้าสู่้ไตวายได้

    สถิติของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังว่า  มีประมาณ  250  คน ต่อหนึ่งล้านคนต่อไปี  ผู้ป่วยไตเรื้อรัง  ที่เข้าสู่ภาวะไตวายขั้นสุดท้าย  ต้องเข้ารับการฟอกไต  หรือเปลี่ยนไตอยู่ในอัตรา  7% ต่อปี และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  นอกจากนี้  ยังพบว่า  3-5%  ของผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ  จะมีความผิดปกติของไต  สาเหตุของการเกิดโรคไตนั้น  ยังไม่ทราบแน่ชัด  แต่อาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์  เข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกับสิ่งกระตุ้น เช่น  การติดเชื้อ ได้รับสารพิษ ฯลฯ

    อย่างไรก็ตามสาเหตุที่สำคัญ  ที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการไตวายขั้นสุดท้าย  มาจากปัจจัยเสี่ยงคือ  การเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต  ไขมันในเลือดสูง  ปัจจุบัน วิธีรักษาโรคไต จะรักษาโดยการแก้ไขปัจจัย ที่เป็นสาเหตุให้ป่วยเป็นโรคไตร่วมกับการให้ยา  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ยากดภูมิคุ้มกัน  ซึ่งใช้ได้ผลในผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น  ผู้ป่วยที่มีอาการไตเรื้อรังขั้นรุนแรง จะมีการตายของเนื้อไต  ในที่สุดจะเข้าสู่ภาวะไตวายขั้นสุดท้าย ภายในระยะ  10-15  ปี

  จากการศึกษาร่วมกับนักวิจัยหลายท่าน  ได้นำไปสู่การนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษา ผู้ป่วยโรคไตร่วมกับยาแเห็ดหลินจือผนปัจจุบัน  เห็ดหลินจือ ได้ชื่อว่า  เป็นสมุนไพร ที่ช่วย ในเรื่อง การสร้างสมดุล ของของระบบภูมิ คุ้มกันในร่างกาย  มีฤทธิ์ในการต้าน อนุมูลอิสระ  ช่วยลดความเป็นพิษที่มีอยู่ในเลือด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาโรคต่าง ๆ  จึงเป็นที่มาของการนำพืชสมุนไพรชนิดนี้ มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มีอาการดื้อต่อการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน  โดยปกติแล้วเซลล์บุผิวหลอดเลือดในร่างกาย ของเรา จะทำหน้าที่สร้างสารขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดแข็งตัว และหลอดเลือดไม่อุดตัน  จาการศึกษาวิจัย โดยการตรวยสอบน้ำเลือด ของผู้ป่วย ในหลอดทดลอง ซึ่งมีเซลล์บุผิวหลอด พบว่า น้ำเลือดในผู้ป่วย จะทำให้เซลล์บุผยิวหลอดเลือดตายในอัตราสูง เนื่องจากในน้ำเลือดของผู้ป่วย มีสารกระตุ้นการอักเสบ ซึ่งทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือด รวมไปถึงเซลล์ไตตาย  ในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง  แสดงให้เห็นถึงภาวะสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ในร่างกายเสียไป  เลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงไต จึงพร่อง  ทั้งนี้ จากการศึกษา โดยการให้เห็ดหลินจือในรูปของแคบซูล แก่ผู้ป่วยโรคไต ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน คือยาขยายหลอดเลือด ผลการศึกษาพบว่า สารที่เสริมการอักเสบ มีภาวะลดน้อยลง สารต้านการอักเสบมีภาวะที่สูงขึ้น และทำให้การตายของเซลล์บุผิวหลอดเลือดลดลง มีเลือดไปเลี้ยงไเพิ่มขึ้น อัตราการกรองของเสีย เพิ่มมากขึ้น  ในขณะเดียวกัน ระดับของโปรตีน หรือไข่ขาว ที่รั่วออกมาในปัสสาวะ ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด  ช่วยฟื้นฟูสมรรถนะ การทำงานของไตได้ดียิ่งขึ้น เป็นการยืดอายุการเข้าสู่ภาวะไตวายได้

    คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไตว่า ผู้ป่วยจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโรค และการดำเนินชีวิต โดยให้ความสำคัญในเรื่อง อาหาร น้ำ อากาศ การออกกำลังกาย  การกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ  ควรรับประทานอาหาร ที่มีโปรตีนในปริมาณที่จำกัด  ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้มากเพียงพอ เพื่อไม่ให้ไตขาดเลือด ที่สำคัญคือควรงดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด

¶¶¶¶¶

ที่มา : เคล็ดลับสมุนไพร