Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

 

    กระชาย

    กระชาย มีทั้งหมด 3 ประเภท เช่น กระชายดำ กระชายแดง กระชายเหลือง สำหรับกระชาย ที่ใช้ในการปรุงอาหาร คือ กระชายเหลือง Kaempferia pandurata Roxb. In Siam Plant Names, 1948. p. 287

    กระชาย (ไทย) : ลำแอน กระแอน (พายัพ); โป้ตาวด (กระเรี่ยง)กำแพง); ชี้พู่ (เงี้ยง). Gastrochilus panduratum Burkill, I, 1935; In Siam, Kachai.

******

 

 


เห็ดตับเต่า ของดีในฤดูฝน

เห็ดตับเต่า

     คนรุ่นเก่า ที่มีภูมิลำเนาอยู่ตามชนบท เชื่อได้ว่าส่วนใหญ่ จะรู้จักและเคยรับประทาน เห็ดตับเต่า อย่างแน่นอน ซึ่งเห็ดตับเต่าชนิดนี้จะมีขายและมีให้ซื้อรับประทาน เฉพาะช่วงฤดูฝนเท่านั้น เมื่อเริ่มมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมา เห็ดตับเหต่า ที่ทิ้งสปอร์ ไว้ใต้ดินที่มีความชื้นเย็นสูง เช่น ป่าเบญจพรรณ  ป่าเต็งรัง โดยเฉพาะบริเวณใต้ต้นหว้า จะแทงดอกชูชันเหนือดินให้คนที่มีอาชีพเก็บเห็ด เข้าไปเก็บ นำไปขายในตลาดตัวเมือง ได้รับความนิยมซื้อไปรับประทาน อย่างกว้างขวาง ราคากิโลกรัมเกือบร้อยบาท

     เมื่อนำไปปรุงเป็นอาหารแล้ว จะมีรสชาติอร่อยไม่แพ้เห็ดทรัฟเฟิลของฝรั่งเศสที่มีราคาแพง กิโลกรัมหลายหมื่นบาทแม้แต่น้อย และเห็ดตับเต่า จะมีสีดำเหมือนกัน ที่สำคัญจะเกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติเช่นกัน  จึงเป็นเห็ดปลอดสารพิษอย่างแน่นอน รับประทานแล้วได้คุณค่าทางอาหาร อย่างเต็มเปี่ยม

     ในการปรุงเป็นอาหารส่วนใหญ่ นิยมใช้ทั้งดอกเห็ดทำเป็นแกงลาวใส่ยอดฟักทอง หน่อไม้สด ใส่ใบแมงลักเพิ่มกลิ่นหอมเป็นชูรสให้ชวนรับประทานยิ่งขึ้น สำหรับเครื่องประกอบ จะมีพริกขี้หนูสด หรือพริกขี้หนูแห้ง หอมแดง ข่า ตะไคร้ อย่างละ 1 แว่น โขลกให้ละเอียดต้มกับน้ำจนเดือด แล้วผ่าเห็ดตับเต่าครึ่งซีก ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ลงหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ถ้าไม่กินปลาร้า ใช้เกลือแทน น้ำตาลทรายเล็กน้อยโรยด้วยใบแมงลักตามที่กล่าวข้างต้น ตักรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ  เนื้อเห็ดจะซับน้ำแกงกรุบอร่อยมาก สามารถใส่เห็ดเผาะ หรือเห็ดฟางลงไปทำเป็นแกงเห็ดรวมเพิ่มความอร่อยได้เต็มรูปแบบ

     ประโยชน์ทางยาของเห็ดตับเต่า ระบุว่า รับประทานแล้ว เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง กระจายโลหิต ดับพิษร้อนภายในดีมาก

     เห็ดตับเต่า หรือ THAEOGYROPORUS PORENTOSUS (CBERK. ET BROOME) MC. NABB. อยู่ในวงศ์ BOLETACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ หมวกเห็ดทรงกระทะคว่ำ เมื่อบานเต็มที่หมวดเว้าเล็กน้อย ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มอมเหลือ ดูคล้ายเป็นสีดำ ด้านล่างหมวก มีณุกลมเล็ก ๆ  สีเหลือเนื้อในเห็ดเมื่อผ่าถูกอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินอมเขียว ก้านหมวกอวบใหญ่ ยาว 4-8 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 ซม. โคนก้านหมวกโป่งเป็นกระเปาะสปอร์ ค่อนข้างกลม ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ มีชื่อเรียกอีกคือ เห็ดห้า (ภาคเหนือ)  เพราะจะขึ้นบริเวณใต้ต้นหว้า ซึ่งชาวเหนือเรียกต้นหว้าว่า ต้นห้า  เห็ดตับเต่า มีขายเฉพาะฤดู ตามแหล่งขายพืชผักพื้นบ้านทั่วไป

ที่มา : คอลัมน์เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ โดยนายเกษตร นสพ. ไทยรัฐ

    
กระชาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boesenbergia pandurata Holtt.

วงศ์ : ZINGBERACEAE

ชื่ออื่น ๆ : หัวละแอน (ภาคเหนือ), กระชาย (ภาคกลาง), ขิงทราย, ขิงแดง, ขิงกระชาย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

ลักษณะทั่วไป : ต้น เป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นมีความสูงประมาณ 9 ซม. ส่วนกลางของลำต้น เป็นแกนแข็ง มีกาบหรือโคนใบหุ้ม  ใบ มีกลิ่นหอม ก้านใบแทงขึ้นจากหัวในดิน ออกเป็นรัศมีติดผิว ขนาดใบจะกว้าง 7-9 ซม. ยาว 30-35 ซมง

     ดอก มีสีม่วง ออกเป็นช่อ กลีบรองกลีบดอก เชื่อมต่อกัน มีรูปลักษณะเป็นท่อ มีขนโคนเชื่อมติดกันเป็นช่อยาว เกสรตัวผู้ จะเหมือนกับกลีบดอก อับเรณูอยู่ใกล้ปลาย ท่อเกสรตัวเมีย มีขนาดยาว เล็ก ยอดของมันเป็นรูปปากแตร เกลี้ยงไม่มีขน

     การขยายพันธุ์ จะใช้ส่วนที่เป็นเหง้า หรือหัวในดิน ปลูกได้ดี ในดินที่ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ดินเหนียว ดินลูกรัง ไม่เหมาะที่จะปลูก

     ส่วนที่ใช้  รากเหง้า หรือหัวที่อยู่ใต้ดิน

     สรรพคุณ เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง ใจสั่นหวิว ขับปัสสาวะ พิการ แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดมวนในท้อง ท้องเดิน ใช้หัว หรือเหง้าปิ้งไฟให้สุก กินกับน้ำปูนใส ถ้าเป็นโรคที่เกี่ยวกามตายด้าน หรือบำรุงกำหนัด ใช้นมกระชายดำและหัวดอง หรือแช่กับเหล้ากิน

 

ต้นกระชาย