Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว, ความรู้ทั่วไป, นานาสาระ
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ
   
   หนอนตายอยาก
   หนอนตายหยาก  
 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Stemona  tuberosa  Lour.

วงศ์ : STEMONACEAE

ชื่ออื่น : กะเพียด

   ไม้ล้มลุก สูง 0.4-0.6 เมตร รากเป็นรูปกระสวย ออกเป็นกระจุก คล้ายกระชาย กิ่งที่กำลังจะออกดอก มักจะเลื้อยพัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. แผ่นใบเป็นคลื่น ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอก ด้านนอกสีเขียว ด้านในสีแดง ผลแห้ง แตกได้

สรรพคุณและส่วนที่ใช้เป็นยา

   ราก- ใช้ทุบหมักน้ำ ใช้ส่วนน้ำเป็นยาฆ่าหิดเหา ฆ่าหนอน

 


 
ตะเคียนทอง ตะเคียนทอง

    "เปลือกตะเคียนทอง"  แก้ปวดฟันเหงือกบวม

    วิถีชีวิตคนไทย  ตามชนบทในยุคสมัยก่อน จะให้ความนับถือและยกย่องกันมาก  กับผู้ที่เป็นครู  พระสงฆ์  และ  หมอยาแผนไทยพื้นบ้าน  เนื่องจาก บุคคลเหล่านี้ ถือเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้ดี ในยามที่เกิดมีปัญหา  เกือบทุก ๆ  เรื่อง  สามารถให้คำปรึกษาแนะนำ และแก้ไขให้สำเร็จได้  โดยเฉพาะ เกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย  หมอยาแผนไทยพื้นบ้าน จะเป็นที่พึ่งได้ดีที่สุดของคนในยุคนั้น แม้กระทั่งเป็นโรคเล็ก ๆ  น้อย ๆ  เช่น ปวดฟัน และเหงือกบวม  หมอยาแผนไทยพื้นบ้าน จะคอยเจียดยาให้ชาวบ้าน ที่มีอาการตามที่กล่าวข้างต้น นำไปรักษาได้แบบง่าย  สมัยนั้น คิดค่ายาเป็นค่าครู เพียงไม่กี่สตางค์ หรือไม่กี่บาท

     โดยสูตรยาแก้ปวดฟันและเหงือกบวม  มีวิธีทำหรือใช้แบบง่าย ๆ  คือ เอา "เปลือกตะเคียนทอง"  ชนิดแห้งหรือสดก็ได้ จำนวน 30  กรัม  ต้มกับน้ำสะอาด  1  ลิตร หรือ 1,000  กรัม  จนเดือดแล้วเคี่ยวให้เหลือประมาณ  200 กรัม  (ประมาณครึ่งลิตร)  แล้วเทอมไว้ในปากขณะน้ำยังอุ่นอยู่ประมาณ 3-5 นาที  จึงบ้วนทิ้ง  อมบ่อย ๆ  จนยาหมด จะหายปวดฟันและเหงือกบวมยุบได้เหลือเชื่อ ใครต้องการ "เปลือกตะเคียนทอง"  ชนิดแห้งหรือต้นพันธุ์ "ตะเคียนทอง"  มีขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ  สวนจตุกจักร ทักวันพุธ-พฤหัสบดี  บริเวณโครงการ  21  แผง "คุณพร้อมพันธุ์" ราคาสอบถามหรือต่อรองกันเอง

      ตะเคียนทอง หรือ  HOPEAODORATA  TOXB  อยู่ในวงศ์  DIPTEROCACEAE  เป็นไม้ยืนต้น สูง 20-40 เมตร พบขึ้นตามป่าทั่วไปในประเทศไทย  มีสรรพคุณทางสมุนไพรเฉพาะคือ  เปลือกต้น และเนื้อไม้ ใช้ฆ่าเชื้อโรค แก้อักเสบ  ห้ามเลือด  เปลือกต้น สมานแผล แก้บิดมูกเลือด  แก้ลงแดง แก้เหงือกอักเสบ และฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก  แก่น รสขม แก้เสมหะ แก้โลหิต และกำเดา  แก้ไข้สำปะชวน (ไข้ระยะแรก)  แพทย์ชนบทใช้ยาง ที่ซึมออกมาจากต้น และแห้ง เรียกว่า "ชันตะเคียน"  ปรุงเป็นยาผง ใส่รักษาแผลได้ดีมาก

ที่มา : คอลัมน์เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ โดยนายเกษตร นสพ. ไทยรัฐ

 


 หลนเต้าหู้ยี้กุ้งสับ

หลนเต้าหู้ยี้กุ้งสับ

ส่วนผสม

เต้าหู้ยี้ชนิดผสมเต้าเจี้ยวอย่างดี (ไม่เค็ม) 4  ก้อน
กุ้งสดสับ 1  ถ้วย
น้ำเต้าหู้ 1 1/2  ด้วย
พริกาชี้ฟ้าเขียว แดง เหลือง หั่นแว่น 4  เม็ด
หอมเล็กซอย 1/2  ถ้วย
น้ำปลา 3  ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 4  ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 2  ช้อน
น้ำมันสำหรับผัด  

วิธิทำ

1.  บดเต้าหู้ยี้ และถั่ว แล้วผวัดในน้ำมันพอหมอ

2. เติมน้ำเต้หู้ลงไป คนให้เข้ากัน พอน้ำเริ่มร้อน จึงใส่กุ้งสับลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง รอจนเดือด

3.  ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขาเปียก น้ำตาลปี๊บ ใส่หอมเล็กซอย และพริกชี้ฟ้า รอเดือดอีกครั้ง จึงยกลงจาเตา  โรยผักชี กินกับผักสด

หมายเหตุ

1. ไม่ควรใสกุ้งตอนน้ำเดือด เพราะจำทำให้เนื้อกุ้งจับกันเป็นก้อน

2. น้ำเต้าหู้ไม่ให้ความข้นมันแบบกะทิ  จึงต้องนำเต้าหู้ยี้ ไปผัดกับน้ำมันนิดหน่อย จะได้รสชาติหลนเต็มสูตร