Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว, ความรู้ทั่วไป, นานาสาระ
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

กระบือเจ็ดตัว

กระบือเจ็ดตัว E

ชื่อวิทยาศาสตร์ Excoecaria  cochinchinensis  Lour.
วงศ์ Euphorbiaceae

   ไม้พุ่ม สูง  0.5-1.5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับเวียนรอบกิ่ง รูปใบหอก หรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ กว้าง 2-4.5 ซม.   ยาว 4-13 ซม. หลังใบสีเขียว ท้องใบสีแดง ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง แยกเพศ ช่อดอกตัวผู้มีดอกย่อย จำนวนมาก ช่อดอกตัวเมีย มีเพียง 2-3 ดอก ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู

สรรพคุณ

     ใบ ใช้ใบตำกับเหล้าคั้นน้ำ กินเป็นยาขับลม และน้ำคาวปลา หลังคลอด การทดลองในสัตว์ พบว่า สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์บีบมดลูก

 

 


  
 แสลงพัน

แสลงพัน  ดอกสวย  สรรพคุณดี

      ไม้ต้นนี้  นอกจากจะมีดอกสวยงามแล้ว  ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรชั้นยอด  รักษาโรคได้หลายอย่างด้วย  โดยตำรายาโบราณกล่าวว่า  ต้น  หรือ  เถา  ของ  "แสลงพัน"  มีรสเมาเบื่อ  และร้อนเล็กน้อย นำไปต้มกับน้ำกะพอประมาณ  ดื่มขณะยังอุ่นวันละ  1-2  ครั้ง  ครั้งละ  1  แก้ว  หรือสมัยก่อน  1  ถ้วยตราไก่  เป็นยาขับฟอกโลหิตระดูสตรี  กระจายโลหิตที่เป็นลิ่ม  เป็นก้อนให้ละลายตัวเดินสะดวก เป็นยาบำรุงโลหิตในภายหลังด้วย  และช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย  แก้โรคผิวหนัง  มีเม็ดผื่นคันขึ้นตามร่างกายได้ดีมาก  ตำรายาพื้นบ้านภาคอีสาน  ใ้ช้ลำต้น  หรือเถา  ต้มน้ำ หรือแช่น้ำ  ดื่มเป็นยาแก้ฝีต่าง ๆ  ตามร่างกายให้ยุบและหายได้  ชาวบ้านในชนบทสมัยก่อน  นิยมปลูกแสลงพันไว้ในหมู่บ้านแพร่หลาย  เพื่อชมความงามของดอก  และใช้เป็นยาสมุนไพรตามที่กล่าวข้างต้น

     แสลงพัน

    แสลงพัน  หรือ  ฺBAUHINIA  BRACTEATA. GRAHAMEX  BAKER  KERRILGAGUAP  อยู่ในวงศ์  LEGUMINOSAE- CAESALPINIACEAE  เป็นไม้เถาเลื้อย พาดพันต้นไม้ใหญ่  ต้นหรือเถาแบนบิดงอ  คล้ายต้นกระไดลิง  เมื่อตัดขวางเถา  หรือต้นจะเห็นเป็นเส้นสีนำตาล   เป็นวง ๆ  อยู่ในเนื้อไม้คล้ายต้นกำแพงเจ็ดชั้น  ใบเป็นใบเดี่ยว  ออกเรียงสลับ  เป็นรูปไข่  ปลายใบแยกเป็น  2 แฉก  ปลายแฉกเป็นรูปสามเหลี่ยม  โคนใบรูปหัวใจ  คล้ายใบส้มเสี้ยว  หรือใบชงโค  ก้านใบสีน้ำตาลแดง หรือดอกแดงอมม่วง  ผิวใบสีเขียวอ่อน

    ดอก  ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ซอกใบและปลายยอด  แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก  ดอกเป็นแบบแยกเพศ  กลีบเลี้ยงมี  4-5  แฉก  เป็นสีเขียว  หรือรูปหัวใจ  ก้านกลีบดอกยาวประมาณ  1.5-2  นิ้วฟุต  เป็นสีแดงม่วง  กลีบดอกเป็นสีขาว  เส้นแขนงใบสีเขียว  ขอบกลีบดอกหยัก  เนื้อกลีบค่อนข้างหนา  ดอกดูเหมือนดอกชงโค  เวลามีดอกดก  และดอกบานทั้งต้น  จะดูสวยงามน่ารักมาก  บางคนชอบเรียกชื่อว่า  ชงโคเถา

     ผล  เป็นฝัก  รูปขอบขนาน  ยาวและแบน  เมื่อฝักแก่จะแตกได้  ภายในมีเมล็ด  3-5  เมล็ด  รูปกลม  ผิวเมล็ดสีน้ำตาลเกือบดำเป็นมัน  ดอกออกทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด  และตอนกิ่ง มีชื่อเรียกอีกคือ แสลงพันแดง, ปอเจี้ยน, ปอเกี่ยน, ปอมุ้ง (ภาคเหนือ-อีสาน-พายัพ) และแสนพัน (ยโสธร)

ที่มา :  คอมลัมน์เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 


ข้าวอบจรเดียว

ข้าวอบโป๊ะแตก

ส่วนผสม

ข้าวสาร
1 ถ้วยตวง
ปูม้า
1 ตัว
กุ้งสด
5 ตัว
ปลาหมึกหั่น
1 ตัว
หอยแมลงภู่
10 ตัว
ตะไคร้ทุบหั่นเป็นท่อน
2 ต้น
ใบมะกรูดฉีก
2 ใบ
พริกขี้หนูทุบ
10 เม็ด
น้ำมะนาว
4 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา
5 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุป
1 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

    1. ซาวข้าวให้สะอาด ใส่ลงในหม้อหุงข้าว

     2. ปูม้าสับเป็นชิ้น ๆ

     3. กุ้งปอกเปลือกออก

     4. ปลาหมึกหั่นช้ินพอคำ

     5. หอยแมลงภู่ล้างให้สะอาด

     6. นำเนื้อสัตว์ทุกอย่างคลุกเคล้าให้เข้ากัน

     7. ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนู น้ำซุป แล้วหุงข้าว

     8. พอข้าวสุก ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา หุงข้าวต่อจนสุกดี

        9. เวลาเสิร์ฟตักใส่หม้อดิน โรยหน้าด้วยผักชี หรือขึ้นฉ่ายตามชอบ