Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว, ความรู้ทั่วไป, นานาสาะ
line decor
                                   ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ


   

 

สมุนไพรล้างแผล 
 

 

   ขนานที่  1  ใช้เปลือกต้นมะขาม  1 กำมือ  ต้มกับน้ำ  3  แก้ว  ให้เดือดนาน  20-30  นาที  เอาน้ำมาล้างแผล  ช่วยสมานแผลด้วย

   ขนานที่   2  ใช้ต้นผักเบี้ยใหญ่สด  1 กำมือ  ตำให้ละเอียดและต้มกับน้ำ 4-5  แก้วให้เดือดนาน  2-3  นาที  ตั้งทิ้งไว้ให้พออุ่นนิด ๆ  เอาน้ำยาล้างแผล

    ขนานที่  3  ใช้ใบฝรั่ง  1  กำมือ  ต้มกับน้ำ  3-4  แก้วให้เดือดนาน 1/2 - 1  ชั่วโมง  เอาน้ำยาล้างแผล

    ขนานที่ 4 ใช้เปลือกต้นแค 1 กำมือ ใส่ต้มกับน้ำ 3-5 แก้วให้เดือด นาน 30 นาที เอาน้ำยาที่ใช้ชะล้างบาดแผล

 

ผักเบี้ย

ผักเบี้ย

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 
สมุไพรกับโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง

1.  กลากเกลื้อน

  ชุมเห็ดเทศขนานที่  1  ใช้ใบชุมเห็ดเทศขยี้เอาน้ำทา           ใ้ห้ทาบ่อย ๆ  ถ้ามีปูนแดง ขยี้ผสมลงไปด้วย  จะทำให้มีสรรพคุณด

ขนานที่  2  ใช้ใบหรือรากทองพันชั่งแห้ง  แ่ช่เหล้าพอท่วมยา  7  วัน  ใช้ทาบ่อย ๆ

ขนานที่  3  ใช้กระเทียมฝานเป็นแว่นบาง ๆ  ทาวันละ  2-4  ครั้ง  (ระวังอย่าขยี้กระเทียมถูทาผิวหนังแรงไป  เพราะกระเทียมจะกัดผิวมาก)

    ทองพันชั่ง

    ขนานที่  4  เอาใบน้อยหน่า ตำให้ละเอียดทาบ่อย ๆ  หรือวันละ  4-5  ครั้ง

ขนานที่  5  ใช้ใบชุมเห็ดไทยขยี้ หรือตำผสมน้ำมะนาว  วันละ  3-4  ครั้ง

กระเทียม

ขนานที่  6  เอาเหว้าข่าแก่ ๆ  ตำให้แหลก ใส่เหล้าพอท่วมยาแช่เหล้าไว้  1  คืน  เอาน้ำยาทาวันละ  3-4  ครั้งชุมเห็ดไทย

 

ข่าแก่

 

 

 

2. เคล็ด ขัด ยอก ฟกช้ำ

น้ำแข็ง

ขนานที่  1  เมื่อแรกเป็นใหม่ ๆ  ให้เอาน้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกประคบ  หลังจากเป็นเกิน  1  วัน  แล้วใช้น้ำร้อนใส่ถุงพลาสติกประคบ  วันละ 2-4 ครั้ง  ครั้งหนึ่งนาน  15-30  นาที

เหง้าไพล

           ขนานที่  2  ใช้เหง้าไพล  ตำให้แหลกพอก  เอาผ้าพันไว้  เปลี่ยนยาวันละ  2-4  ครั้ง                  

ขนานที่  3  ใช้หญ้าใต้ใบชนิดแดงทั้งต้น  ตำพอกถอนพิษฟกช้ำได้ดี  เปลี่ยนยาวันละ  3-4  ครั้ง                                         หญ้าใต้ใบ

ขนานที่  4  ใช้ใบพลับพลึงลนไฟอ่อน  พันตามอวัยวะที่เคล็ด  ขัด  ยอก  บวม  แพลง  และถอนพิษได้ดี

ใบพลับพลึง

ขนานที่  5  ใช้ใบว่านมหากาฬ  โขลกพอกที่บวมช้ำ  วันละ  2-4  ครั้ง

ขนานที่  6  ใช้หญ้าแพรกทั้งต้นและราก  ว่านมหากาฬตำกับเหล้า  คั้นเอาน้ำทา จะทำให้เย็น  ถอนพิษเจ็บปวด  แก้อักเสบ

หญ้าแพรก  ขนานที่  7  ใช้ยาดำฝนกับเหล้า   ให้ข้น ๆ  ทาแก้อาการปวดฟกช้ำ  ทาวันละ  3-4  ครั้ง

ยาดำ

 

 

 

 

   
3.  ผิวหนังแห้ง  เอาน้ำมันมะพร้าว              ทาวันละ   2 - 3  ครั้ง
 

น้ำมันมะพร้าว

 

 

 

 

 

 

 

 

4.  ผิวหนังคันจากตัวหนอน หรือใบไม้คัน

ใบตำลึง

ขนานที่  1  เอาใบตำลึงมาขยี้ให้ช้ำ  ทาบ่อย ๆ

 

ใบผักบุ้ง

ขนานที่  2  เอาใบผักบุ้ง มาขยี้แล้วถูบริเวณที่คัน

ขนานที่  3  เอากะปิมาปั้น คลึงตรงที่ถูก  ขนใบไม้คัน  กะปิกะปิจะช่วยดูดขนใบไม้พิษ ด้วย

ขนานที่  4  เอาขี้ผึ้งลนไฟให้ร้อน คลึงแผลที่ถูกขนหนอนยังไม่เปื่อยขี้ผึ้งชักขนหนอนในแผล

ขนานที่  5  เอาเปลือกต้นเพกา  ฝนด้วยน้ำปูนใส  ทาแก้แผลถูกขนหนอน  เมื่อเปื่อยแล้ว  ทาวันละ  3-4  ครั้ง

เปลือกต้นเพกา

ขนานที่  6  เอาเปลือกต้นมะขาม  ฝนกับน้ำปูนใส  ทาวันละ  3-4  ครั้ง  แก้แผลถูกขนหนอนเมื่อ เปื่อยแล้ว

เปลือกต้นมะขาม

 

 

5.  ผื่นคันหรือตุ่มคัน       ยาทา

ขนานที่  1  ใช้ข้าวสุก ตำพอก ข้าวสุก บรรเทาอาการผื่นคัน  และผื่นแสบร้อนที่ผิวหนัง

ขนานที่  2  เอาดินสอพอง  3  ส่วน  ผสมกับพิมเสน  1  ส่วน  บดให้ละเอียด  ทาผิวหนัง ดินสอพอง

ขนานที่  3  ใช้ผงขมิ้นชัน  ละลายน้ำทาทุกครั้งที่คัน  หรือวันละ  3-4  ครั้ง ผงขมิ้นชัน

 

 

 

        ยาอาบ

ขนานที่  1  ให้เอาใบเลี่ยน  และเปลือกเลี่ยนรวมกันให้ได้ 1/4  หม้อใหญ่ ๆ  เกลือ  1 ถ้วยชา  เติมน้ำเต็มหม้อ  ต้มอาบ  ก่อนอาบให้อาบน้ำฟองสบู่ ให้สะอาดเสียก่อน  จึงอาบยานี้  วันละ  1-2  ครั้ง  ยาหม้อหนึ่งใช้ต้มอาบได้ ใบเลี่ยน 5-6 ครั้ง  อาบแล้วไม่ต้องล้างออก

ขนานที่  2  ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ทั้งราก  สดหรือแห้งก็ได้  สับเป็นท่อนเล็ก ๆ  1  ขัน  ผสมกับน้ำ 3-4 ขัน  ต้มให้เดือด  10  นาที  ก่อนอาบ  ให้อาบน้ำ ฟอกสบู่ให้สะอาดเสียก่อน  อาบน้ำยา เมื่อยังอุ่น ๆ  อยู่  วันละ  2  ครั้ง  เช้า-เย็น  ครั้งละ  3-4  ขัน (อาบแล้ว ไม่ต้องอาบน้ำธรรมดาอ)

ขนานที่  3  ใช้ชุมเห็ดเทศ (ดูภาพข้อที่  1)  3-4  ก้าน ใส่น้ำให้ท่วมยา  ต้มให้เดือดนาน  5-10  นาที  ใช้น้ำยานี้อาบในขณะอุ่น ๆ  วันละ  2  ครั้งเช้า-เย็น (อาบหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว  และไม่ต้องล้างน้ำยาออก) เหงือกปลาหมอ

 

 

 

ที่มา :  เคล็ดลับสมุนไพร ฉบับเมษายน  2551

 

 
<<กลับ>>