Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

  

     เจดีย์ (ภาษาบาลี : เจติย , ภาษาสันสกฤต : ไจติยะ) หรือ สถูป (ภาษาบาลี : ถูป , ภาษาสันสกฤต : สฺตูป) เป็นสิ่งก่อสร้าง ในพุทธศาสนา พบได้ทั่วไปในอนุทวีปอินเดีย และเอเชีย ทั้งยังมีปริมาณเพิ่มขึ้น ในประเทศทางตะวันตก

 

 

พระธาตุช่อแฮ  

      พระธาตุช่อแฮ

     พระธาตุช่อแฮ ตั้งอยู่บนภูเขาเตี้ย ๆ  เรียกว่า  เขาลัวะอ้ายก้อม  ตำบลป่าแดง  อำเภอเมือง  จังหวัดแพร่ องค์พระธาตุ มีฐานเป็นรูปแปดเหลี่ยมกว้าง 10 เมตร  สูง 33 เมตร  ตัวสถูป ที่บรรจุพระบรมธาตุ ทำเป็นเจดีย์ แบบลานนาไทย

     พระธาตุองค์นี้ มีตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้า ได้เสด็จมาและประทับใต้ต้นจองแคร่ (สะแก) บนดอยม่อนเล็ก ๆ  ห่างจากแม่น้ำยม 4,000 วา  ณ ที่นั้น มีชาวลัวะคนหนึ่งชื่อ "อ้ายก้อม" อาศัยอยู่ เมื่ออ้ายก้อม เห็นพระพุทธเจ้า เสด็จมาก็มีความยินดี ตรงเข้ามากราบเฉพาะพระพักตร์  ณ ที่นั้น มีต้นหมากขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง มีขนาดใหญ่โตมาก สูง 20 วา ซึ่งวัดรอบลำต้นได้ 8 กำมีผลดก พระพุทธองค์ตรัสชมหมาก ต้นนั้น อ้ายก้อม จึงกราบทูลว่า หมากต้นนี้ถ้าผู้ใดรับประทานเข้าไปแล้วจะกลายเป็นบ้า เนื่องจากหมากนั้นยันมากผิดกับหมากทั้งหลาย  พระพุทธองค์จึงให้เก็บมาถวาย แล้วลองฉันให้ดู  ปรากฏว่า หมากนั้นไม่ยัน  มีรสหวาน และไม่ได้เป็นบ้าตามที่อ้ายก้อมทูล และทรงส่งให้อ้ายก้อมลองดูบ้าง  อ้ายก้อมรับประทานแล้ว พูดว่า หมากนี้ รสหวานดี เมื่อรับประทานแล้ว ก็ไม่เป็นบ้าด้วย

พระธาตุช่อแฮ

 

พระธาตุช่อแฮ
      เมื่ออ้ายก้อมทราบว่า ผู้ที่มาประทานหมาก ให้ตน เป็นพระพุทธเจ้า ก็มีความปีติยินดีอย่างยิ่ง  จึงสั่งให้ภรรยาจัดอาหารมาถวาย  พระพุทธองค์ตรัสว่า  "สถานที่นี้เป็นที่รื่นรมย์ดี หมากต้นนี้ คนกินแล้วย่อมเป็นบ้าแพร่ในกาลต่อไป ที่นี้จักเป็นเมือง และได้ชื่อว่า เมืองแพ่" แล้วทรงลูบพระเกศา หยิบพระเกศาประทานอ้ายก้อมเส้นหนึ่ง ให้ประดิษฐานไว้  ณ ที่นั้น  อ้ายก้อม เอาผ้าแพร ซึ่งชาวเมืองเรียกผ้าแฮรับไว้ ต่อมาอ้ายก้อม ได้สร้างเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุไว้บนดอยม่อน องค์เจดีย์ประดับด้วยช่อแพร่ต่าง ๆ  จึงได้ชื่อว่า "พระธาตุช่อแฮ" และดอยม่อนนั้น มีชื่อว่า "ดอยขุนลัวะอ้ายก้อม" ต่อมาจนถึงทุกวันนี้

      พระเจดีย์เดิมภายหลังหักและพังลงมา ใน  พ.ศ. 2467  พระครูบาศรีวิชัย ได้เป็นประธานปฏิสังขรณ์พระธาตุนี้  โดยรื้อเอาทองออก และเสริมสร้างให้กว้าง และสูงขึ้น  วัดนี้มีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และมีระฆังใบใหญ่ใบหนึ่ง มีงานนมัสการพระธาตุประจำปี ในวันเพ็ญเดือน 4   ปัจจุบันนี้ องค์พระธาตุ หุ้มด้วยทองเหลือง พร้อมกับลงรักปิดทองสวยงามมาก