Make your own free website on Tripod.com
สาระน่ารู้เกี่ยวกับโลก

กำเนิดพระพุทธศาสนา
ศาสนาที่สำคัญอีกศาสนาหนึ่งของโลก คือ ศาสนาพุทธ กำเนิดขึ้นในประเทศอินเดีย  พุทธศาสนา มีพื้นฐานมาจากคำสอนของเจ้าชายสิทธัตถะ โคตมะ (สันสกฤต เป็น สิทธารถะ  เคาตมะ) ซึ่งสละทรัพย์สมบัติมากมายออกบวชเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์ และทรงค้นพบทางพ้นทุกข์ดังกล่าวแล้วจึงประกาศและเผยแพร่คำสอนนั้น พระองค์จึงถูกเรียกว่า “พระพุทธเจ้า หรือ พุทธะ” แปลว่า “ผู้รู้แจ้ง ผู้ตรัสรู้ ผู้ตื่นแล้ว ผู้เบิกบานแล้ว”

In this painting, Prince Siddhartha
leaves his palace to search for the true
meaning of life, an event known as
the Great Departure. Special helpers
called ganas hold his horse’s hooves
so he won’t awaken anyone.
พุทธศาสนา ในภาพจิตรกรรมฝาผนัง เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จ
ออกจากปพระราชวังเพื่อไป
แสวงหาสัจธรรม
เหตุการณ์นี้ เรียกว่า มหาภิเนษกรมน์ ????๋
มีนายฉันนะตามเสด็จ

ชีวิตและคำสอนของพระพุทธเจ้า 
เจ้าสิทธัตถะเกิดเป็นเจ้าชายฮินดู (ความจริงเป็นพราหมณ์ เนื่องจากสมัยนั้นฮินดูยังไม่มี)  ดาบส (หมายถึงอสิต หรือกาฬเทวิลดาบส) ทำนายว่า พระองค์จะเป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอน  เพื่อป้องกันเหตุนี้ พระราชบิดาของพระองค์จึงปกปิดพระองค์ไม่ให้ทราบเรื่องนี้  เจ้าชายสิทธัตถะไม่เคยเห็นคนชรา คนเจ็บป่วย คนตายหรือความยากจนกระทั่งพระชนมายุ 29 พรรษา ในที่สุดเมื่อพระองค์ทรงประสบกับปัญหาดังกล่าวที่รุมเร้าพระองค์ พระองค์จึงหนีออกจากพระราชวังเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์

เป็นเวลา 6 ปี เจ้าชายสิทธัตถะทรงแสวงหาทางพ้นทุกข์ โดยทรงไปศึกษายังสำนักต่าง ๆ ของฤษีสมัยนั้น เช่น อาฬารดาบส กาลามโคตรและอุททกดาบส  รามบุตร แต่ก็ไม่พบคำตอบที่พระองค์ทรงแสวงหา ครั้นแล้ว พระองค์ก็ทรงประทับนั่งใต้ต้นมะเดื่อ (fig tree – ต้นไม้ตระกูลมะเดื่อ ในภาษาบาลีเรียกว่า ต้นอัสสัตถะ ภายหลังที่เจ้าชายสิทธัตถะใช้ประทับนั่งตรัสรู้ จึงเรียกว่า โพธิ แปลว่า ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ ไทยใช้ โพธิ์ หรือ โพ) บำเพ็ญสมาธิจิต จนได้ฌาน 3 คือ
        1.  ปุพเพนิวาสนุสติญาณ (ญาณเป็นเครื่องระลึกถึงขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่ในปางก่อน แปลง่าย ๆ ว่า ญาณที่ทำให้ระลึกชาติได้)
        2.  จุตูปปาตญาณ (ญาณเป็นเครื่องรู้การจุติ (ดับ) และอุบัติ (เกิด) ของสัตว์ทั้งหลาย แปลง่าย ๆ ว่า ญาณที่ทำให้มองเห็นการตายและการเกิดของสัตว์ทั้งหลาย หรือ ตาทิพย์)  และ
       3.  อาสวักขยญาณ (ญาณที่ทำให้รู้การสิ้นอาสวะแล้ว คือ ญาณที่รู้ว่าสิ้นกิเลสตัณหาที่นอนเนื่องหมักหมมในสันดานแล้ว ญาณเป็นเครื่องกำจัดกิเลสตัณหาที่นอนเนื่องหมักหมมในสันดาน – ญาณข้อนี้แหละที่พระองค์ทรงค้นพบด้วยตนเอง ไม่ได้เรียนจากอาจารย์หรือฤษีชีไพรที่ไหน
          ญาณ 2 ข้อแรก พระองค์ได้ศึกษามาจากอาฬารดาบสและอุททกดาบสแล้ว ญาณข้อนี้ไม่มีใครค้นพบและประกาศมาก่อน พระพุทธศาสนาจึงแตกต่างจากศาสนาเก่าหรือศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาอื่น ๆ ที่ตรงนี้แหละ  และญาณข้อนี้ก็ไม่ได้จำกัดว่าใครจะค้นพบ ใครก็ได้ที่ค้นพบ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อค้นพบญาณนี้แล้ว ท่านจึงเรียกว่า พุทธ  เจ้าชายสิทธัตถะเป็นคนแรกที่ค้นพบญาณนี้ จึงเรียกว่า พุทธะ หรือพระพุทธเจ้า แม้ในอดีตก็มีผู้ค้นพบญาณนี้มาแล้ว ดังที่พระโคตมะพุทธะได้ตรัสเล่าไว้ในคัมภีร์พระไตรปิฎก)

เมื่อตรัสรู้แล้วพระองค์จึงทรงประกาศและวางหลักไว้ เรียกว่า อริยสัจ 4 คือ
      1.  ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาต่าง ๆ สิ่งขัดข้องต่าง ๆ ในชีวิต เป็นสิ่งที่เราต้องรู้และเข้าใจ เราไม่มีหน้าที่ไปทำอะไรต่อทุกข์หรือไม่มีหน้าที่เป็นทุกข์ แต่มีหน้าที่รู้และเข้าใจทุกข์ 
       2.  สมุทัย  เรียกเต็ม ๆ ว่า ทุกขสมุทัย  เหตุให้ทุกข์เกิด เป็นสิ่งที่เราต้องละหรือกำจัด ความจริงแล้วหมายถึงกิเลสอาสวะทุกอย่างที่มีในจิตใจ แต่ตัวเด่นที่สุดที่ทำให้เกิดทุกข์ คือ ตัณหา (พึงทราบว่า ตัณหาจะเกิดได้ก็ต้องมีกิเลสตัวอื่น ๆ หนุน) เมื่อตัณหาเกิดขึ้น ทุกข์ก็ตามมา เปรียบเหมือนเมื่อไฟเกิดขึ้น ความร้อนและแสงสว่างก็ตามมา ตัณหาดับ ทุกข์ก็ดับ (พึงเข้าใจว่า ตัณหา เป็นแรงจูงใจที่จะสนองตัวเอง มิใช่แรงจูงใจในการสร้างสรรค์ อาจเป็นแรงจูงใจในการทำลายเสียด้วยซ้ำ เช่น เมื่อไม่ได้ตามต้องการก็เกิดโทสะทำให้เกิดการฆ่าการทำลาย เป็นต้น  แรงจูงใจที่ไม่สนองตัวเองก็มี  เช่น ธรรมฉันทะ แรงจูงใจในการจะทำในสิ่งที่ดีงาม แรงจูงใจในการสร้างสรรค์)
       3.  นิโรธ เรียกเต็ม ๆ ว่า ทุกขนิโรธ  ภาวะไร้ทุกข์ เป็นสิ่งที่เราจะต้องเข้าถึงหรือไปให้ถึง และ
       4.  มรรค  เรียกเต็ม ๆ ว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา แนวทางหรือข้อปฏิบัติให้เข้าถึงภาวะไร้ทุกข์  เป็นสิ่งที่เราจะต้องลงมือทำหรือลงมือปฏิบัติ มีแนวทาง 8 แนวทาง คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ ย่อลง เป็น 3 อย่าง คือ ศีล สมาธิ และปัญญา

การเผยแพร่พระพุทธศาสนา
หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ครั้งแรกทรงตัดสินพระทัยว่า จะไม่เผยแพร่คำสอน เพราะคำสอนที่ทรงตรัสรู้ เป็นของลึกซึ้ง มองเห็นได้ยาก อันผู้หมกมุ่นในกามคุณจะพึงเข้าใจได้โดยยาก แต่ทรงมาพิจารณาว่า บุคคลในโลกเปรียบด้วยดอกบัว 3 เหล่า (ในโพธิราชกุมารสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 13 มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ข้อที่ 511 ไม่ใช่ดอกบัว 4 เหล่า) คือ ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ดอกบัวเสมอน้ำ และดอกบัวพ้นน้ำ คนบางคนมีกิเลสน้อยก็มี มีกิเลสมากก็มี มีปัญญาน้อยก็มี มีปัญญามากก็มี คนที่มีกิเลสน้อย มีปัญญามากจะเสียประโยชน์  จึงตัดสินพระทัยแสดงธรรม อันดับแรกทรงระลึกถึงอาฬารดาบสและอุททกดาบสผู้เป็นอาจารย์ก่อน แต่ทั้งสองเสียชีวิตแล้ว จึงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ คือ ฤษี 5 ตน ที่เคยอุปัฏฐากช่วงบำเพ็ญทุกกรกิริยา พระปัญจวัคคีย์จึงเป็นพระสาวกชุดแรก และทรงเผยแพร่คำสอนต่อมาเรื่อย ๆ จนมีสาวกจำนวนมาก ชุดแรก 60 รูป จึงส่งไปประกาศศาสนา โดยทรงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย เราได้พ้นจากบ่วงทั้งปวงทั้งชนิดที่เป็นทิพย์ และชนิดที่เป็นของมนุษย์แล้ว แม้ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เราทั้งหลายจงพากันจาริกไปยังชนบททั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่มหาชนเถิด อย่าไปรวมกันทางเดียวถึงสองรูปเลย จงแสดงธรรมให้งามทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะเถิด จงประกาศพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง สัตว์ทั้งหลายที่มีกิเลสเบาบางนั้นมีอยู่ เพราะโทษที่ไม่ได้ฟังธรรม ย่อมจะเสื่อมจากคุณที่จะพึงได้ถึง ผู้รู้ทั่วถึงธรรมคงจักมีอยู่ แม้ตัวเราก็จะไปยังอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรมเช่นกัน"

พุทธศาสนา  


ในช่วงที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ พุทธศาสนารุ่งเรืองมาก จนศาสนาเดิม
(คือศาสนาพราหมณ์และศาสนาอื่น ๆ) แทบจะหมดไปจากชมพูทวีป ท่านเปรียบเหมือนกับหิ่งห้อยกับพระอาทิตย์ จนมาถึงพุทธศตวรรษที่ 13 มีปราชญ์ฮินดูชื่อ ศังกราจารย์ได้ปฏิรูปศาสนาโดยแต่งคัมภีร์ปุราณะลดความสำคัญของศาสนาพุทธ และนำหลักปฏิบัติรวมทั้งหลักธรรมของศาสนาพุทธมหายานบางส่วนมาใช้และฟื้นฟู
ปรับปรุงศาสนาพราหมณ์เป็นให้เป็นศาสนาฮินดูเนื่องจากหลักธรรมส่วนใหญ่ของ
ศาสนาพุทธได้ประยุกต์มาจากศาสนาฮินดู (ความจริงประยุกต์เฉพาะคำศัพท์เท่านั้น แต่ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง) เมื่อครั้งยังเป็นศาสนาพราหมณ์ กอปรกับสมัยนั้นพระภิกษุในพระพุทธศาสนามีวัตรปฏิบัติ
เสื่อมลงไปเป็นอันมาก พุทธศาสนาจึงเริ่มเสื่อมจากอินเดีย  เมื่อกองทัพเติร์กมุสลิมบุกเข้าครองอินเดีย พุทธศาสนาจึงหมดสิ้นไปจากอินเดีย แต่ปัจจุบันหลายฝ่ายเริ่มนำเข้าไปเผยแพร่ยังถิ่นกำเนิดอีกครั้ง

(ซ้าย) พระพุทธขนาดใหญ่ ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย

พุทธศาสนาเผยแพร่ออกจากอินเดีย
เมื่อ พ.ศ. 225 พระเจ้าอโศกมหาราชทรงหันมานับถือพุทธศาสนา ทรงทำนุบำรุงพุทธศาสนา เช่น ทรงสร้างวัด วิหาร พระสถูป พระเจดีย์ หลักศิลาจารึก มหาวิทยาลัยนาลันทา (ซึ่งต่อมากองทัพเติร์กมุสลิมเผาทำลายจนหมดสิ้น) ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ผนวชขณะที่ยังทรงครองราชย์อยู่ และเลิกการแผ่อำนาจในการปกครอง มาใช้หลักพุทธธรรม (ธรรมราชา) ปกครอง นอกจากนี้ พระเจ้าอโศกมหาราชยังทรงส่งสมณทูตไปเผยแพร่ศาสนา โดยแบ่งเป็น 9 สาย สายที่ 8 มาเผยแพร่ที่ สุวรรณภูมิ โดยพระโสณะและพระอุตระเป็นสมณทูต และพระองค์เป็นผู้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 3 ณ วัดอโศการาม เมืองปาฏลีบุตร

พุทธศาสนา  

ต่อมาก็โปรดเกล้าให้สร้างบ่อน้ำ ที่พักคนเดินทาง โรงพยาบาล และปลูกต้นไม้ เพื่อจัดสาธารณูปโภคและสาธารณะตามหลักพุทธธรรม ต่อจากนั้นก็เสด็จไปพบสังเวชนียสถาน 4 แห่ง เป็นคนแรก และทรงสถาปนาให้เป็นเป็นสถานที่สักการบูชาของ
พุทธศาสนิกชนในเวลาต่อมา นับว่าพระองค์เป็นอัครศาสนูปถัมภ์พระพุทธศาสนา
อย่างแท้จริง และต่อมาพระองค์ทรงได้สมญานามว่าธรรมาโศก แปลว่า อโศกผู้ทรงธรรม ทรงครองราชย์ได้ 41 ปี  พุทธศาสนาจึงเริ่มเผยแพร่ออกจากถิ่นกำเนิดครั้งยิ่งใหญ่  (ความจริงอาจมีการนำไปเผยแพร่ก่อนหน้านี้ทุกระยะ ๆ โดยพ่อค้าที่ทำมาค้าขายระหว่างชมพูทวีปและสุวรรณภูมิ)

นิกายในศาสนาพุทธ
นับตั้งแต่อุบัติในประเทศอินเดีย  พุทธศาสนาได้เผยแพร่ไปทั่วเอเชียตะวันออกและตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีชาวพุทธส่วนใหญ่อยู่ ณ ที่นั่น ในส่วนอื่น ๆ ของเอเชียก็มีสังคมชาวพุทธ และในซีกตะวันตก พุทธศาสนามี 2 นิกายหลัก คือ มหายาน (หรืออาจริยวาท) และเถรวาท (หรือหีนยาน) (ที่จริงต้องเป็นคู่กัน คือ มหายานคู่กับหีนยาน และอาจริยวาทคู่กับเถรวาท) แต่ยังมีรูปแบบอื่น ๆ ที่มีวิวัฒนาการเฉพาะอีกด้วย (คือนิกายเล็กนิกายน้อย เช่น เถรวาท ก็แบ่งเป็น มหานิกาย กับ ธรรมยุติกนิกาย มหายาน ก็แบ่งเป็น วัชรยาน  มันตรยาน ตันตระ เซน เป็นต้น)

พุทธศาสนา

พุทธศาสนา พุทธศาสนา
The monk in Theravada/พระสงฆ์ในนิกายเถรวาท Dalai Lama/ทะไลลามะ (องค์ที่ 14) ประมุขศาสนาแบบทิเบต Chinese Bodhisattva head/ศีรษะพระโพธิสัตว์แบบจีน นิกายมหายาน


เถรวาท
        พุทธศาสนานิกายนี้เป็นนิกายที่รักษาคำสอนของพระพุทธแบบดั้งเดิมตรงมาจากพระพุทธเจ้า (เถรวาท หมายถึง วาทะหรือมติของพระเถระ 500 รูปที่ทำสังคายนาครั้งที่ 1 ที่ให้รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง) เผยแพร่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (พม่า กัมพูชา ลาว ศรีลังกา และไทย) ชาวพุทธพุทธสายเถรวาทเคารพนับถือพระพุทธเจ้าและไม่เคารพนับถือแบบแผนอื่น ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายในการเป็น “พระอริยบุคคล” ด้วยการปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 และมีความเชื่อมั่นว่า บุคคลสามารถเข้าถึงภาวะดับทุกข์ได้ด้วยความเพียรของตนเอง

มหายาน
        พุทธศาสนานิกายนี้เผยแพร่อยู่ในจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มองโกเลีย เนปาล และทิเบต (และประเทศในซีกตะวันตก) จุดมุ่งหมายแรกของสาวกคือการเป็นพระโพธิสัตว์  คือผู้ที่ตรัสรู้แล้วแต่ยังไม่ไปสู่นิพพาน ยังคงอยู่ในโลกนี้เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ๆ ให้ตรัสรู้ (พระโพธิสัตว์ในความหมายของมหายานกับเถรวาทต่างกันไกลมาก ในมหายานหมายถึงผู้ช่วยเหลือให้มนุษย์ไปถึงสวรรค์ก่อนตัวเองจะตามไปทีหลัง ส่วนในเถรวาทหมายถึงผู้ที่บำเพ็ญเพียรบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้ายังไม่ได้ตรัสรู้)  ดังนั้น ชาวพุทธมหายานจึงให้คุณค่าสูงในการทำการกุศล

เซน
        นิกายนี้เกิดในประเทศจีนและเผยแพร่ไปสู่ญี่ปุ่น เมื่อประมาณศตวรรษที่ 13 ชาวพุทธนิกายเซนมีจุดมุ่งหมายในการดำเนินชีวิตแบบง่าย ๆ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยทุก ๆ วันจะทำแต่สมาธิ ชาวพุทธเซนมุ่งสู่แนวทางในการพยายามจะพบความคิดแบบตรรกะหรือแนวความคิดที่ไตร่ตรองไว้ก่อน

พุทธศาสนาแบบทิเบต
        เป็นนิกายมหายานที่เกิดขึ้นในทิเบต เน้นคุณความดีและปัญญาแบบพุทธเป็นพิเศษ ชาวพุทธทิเบตมีพิธีกรรมเป็นของตนเอง เช่น การท่องบทสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากจีนได้บุกรุกทิเบตในทศวรรษที่ 1950 มีวัดทิเบตเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย

 

 

The Rise of Buddhism
Another major world religion, called Buddhism, also began in
India. Buddhism is based on the teachings of Siddhartha Gautama. He was a prince who gave up his wealth and position to try to understand the meaning of life. Later, when he began to teach what he had learned, he was called the Buddha, or “enlightened one.”

Siddhartha’s Search for Wisdom
In the late 500s BC a restless young man, dissatisfied with the teachings of Hinduism, began to ask his own questions about life and religious matters. In time, he found answers. These answers attracted many followers, and the young man’s ideas became the foundation of a major new religion in India.

The Quest for Answers
The restless young man was Siddhartha. Born around 563 BC in northern India, near the Himalayas, Siddhartha was a prince who grew up in luxury. Born a Kshatriya, a member of the warrior class, Siddhartha never had to struggle with the problems that many people of his time faced. However, Siddhartha was not satisfied. He felt that something was missing in his life. Siddhartha looked around him and saw how hard other people had to work and how much they suffered. He saw people grieving for lost loved ones and wondered why there was so much pain in the world. As a result, Siddhartha began to ask questions about the meaning of human life.

Before Siddhartha reached age 30, he left his home and family to look for answers. His journey took him to many regions in India. Wherever he traveled, he had discussions with priests and people known for their wisdom. Yet no one could give convincing answers to Siddhartha’s questions.

The Buddha Finds Enlightenment
Siddhartha did not give up. Instead, he became even more determined to find the answers he was seeking. For several years, he wandered in search of answers. Siddhartha wanted to free his mind from daily concerns. For a while, he did not even wash himself. He also started fasting, or going without food. He devoted much of his time to meditation, the focusing of the mind on spiritual ideas.
According to legend, Siddhartha spent six years wandering throughout India. He eventually came to a place near the town of Gaya, close to the Ganges River. There, he sat down under a tree and meditated. After seven weeks of deep meditation, he suddenly had the answers that he had been looking for. He realized that human suffering comes from three things:
• wanting what we like but do not have,
• wanting to keep what we like and already have, and
• not wanting what we dislike but have.

Siddhartha spent seven more weeks meditating under the tree, which his followers later named the Tree of Wisdom. He then described his new ideas to five of his former companions. His followers later called this talk the First Sermon.
Siddhartha Gautama was about 35 years old when he found enlightenment under the tree. From that point on, he would be called the Buddha, or the “Enlightened One.” The Buddha spent the rest of his life traveling across northern India and teaching people his ideas.

Teachings of Buddhism
As he traveled, the Buddha gained many followers, especially among India’s merchants and artisans. He even taught his views to a few kings. These followers were the fi rst believers in Buddhism, a religion based on the teachings of the Buddha.
The Buddha was raised Hindu, and many of his teachings reflected Hindu ideas. Like Hindus, he believed that people should act morally and treat others well. In one of his sermons, he said:
Let a man overcome anger by love. Let him overcome the greedy by liberality [giving], the liar by truth. This is called progress in the discipline [training] of the Blessed.
–The Buddha, quoted in The History of Nations: India

Four Noble Truths
At the heart of the Buddha’s teachings were four guiding principles. These became known as the Four Noble Truths:
1. Suffering and unhappiness are a part of human life. No one can escape sorrow.
2. Suffering comes from our desires for pleasure and material goods. People cause their own misery because they want things they cannot have.
3. People can overcome desire and ignorance and reach nirvana, a state of perfect peace. Reaching nirvana frees the soul from suffering and from the need for further reincarnation.
4. People can overcome ignorance and desire by following an eightfold path that leads to wisdom, enlightenment, and salvation.

The Four Noble Truths

1.  Suffering; unsatisfactoriness   3.  The cessation of suffering; extinction of suffering
2.  The cause of suffering; origin of suffering, namely;
Craving for sensual pleasures; sensual craving
Craving for existence Craving for non-existence; craving for self-annihilation
  4.  The path leading to the cessation of suffering


The Noble Eightfold Path (The path leading to the cessation of suffering)

  1. Right View; Right Understanding     5. Right Livelihood
2. Right Thought     6. Right Effort
3. Right Speech   7. Right Mindfulness
4. Right Action   8. Right Concentration

 Challenging Hindu Ideas
Some of the Buddha’s teachings challenged traditional Hindu ideas. For example, the Buddha rejected many of the ideas contained in the Vedas, such as animal sacrifice. He told people that they did not have to follow these texts.
The Buddha challenged the authority of the Hindu priests, the Brahmins. He did not believe that they or their rituals were necessary for enlightenment. Instead, he taught that it was the responsibility of each individual to work for his or her own salvation. Priests could not help them. However, the Buddha did not reject the Hindu teaching of reincarnation. He taught that people who failed to reach nirvana would have to be reborn time and time again until they achieved it.
The Buddha was opposed to the caste system. He didn’t think that people should be confined to a particular place in society. Everyone who followed the Eightfold Path properly, he said, would achieve nirvana. It didn’t matter what varna or caste they had belonged to in life as long as they lived the way they should.
The Buddha’s opposition to the caste system won him support from the masses. Many of India’s herdsmen, farmers, artisans, and untouchables liked hearing that their low social rank would not be a barrier to enlightenment. Unlike Hinduism, Buddhism made them feel that they had the power to change their lives.
The Buddha also gained followers among the higher classes. Many rich and powerful Indians welcomed his ideas about avoiding extreme behavior while seeking salvation. By the time of his death around 483 BC, the Buddha’s influence was spreading rapidly throughout India.   
   

Buddhism Spreads
Buddhism continued to attract followers after the Buddha’s death. After spreading through India, the religion began to spread to other areas as well.

Buddhism Spreads in India
According to Buddhist tradition, 500 of the Buddha’s followers gathered together shortly after he died. They wanted to make sure that the Buddha’s teachings were remembered correctly.
In the years after this council, the Buddha’s followers spread his teachings throughout India. The ideas spread very quickly, because Buddhist teachings were popular and easy to understand. Within 200 years of the Buddha’s death, his teachings had spread through most of India.

Buddhism Spreads Beyond India
The spread of Buddhism increased after one of the most powerful kings in India, Asoka, became Buddhist in the 200s BC. Once he converted, he built Buddhist temples and schools throughout India. More importantly, though, he worked to spread Buddhism into areas outside of India. You will learn more about Asoka and his accomplishments in the next section.
Asoka sent Buddhist missionaries, or people who work to spread their religious beliefs, to other kingdoms in Asia. One group of these missionaries sailed to the island of Sri Lanka around 251 BC. Others followed trade routes east to what is now Myanmar and to other parts of Southeast Asia. Missionaries also went north to areas near the Himalayas.
Missionaries also introduced Buddhism to lands west of India. They founded Buddhist communities in Central Asia and Persia. They even taught about Buddhism as far away as Syria and Egypt. Buddhism continued to grow over the centuries. Eventually it spread via the Silk Road into China, then Korea and Japan. Through their work, missionaries taught Buddhism to millions of people.

A split within Buddhism
Even as Buddhism spread through Asia, however, it began to change. Not all Buddhists could agree on their beliefs and practices. Eventually disagreements between Buddhists led to a split within the religion. Two major branches of Buddhism were created—Theravada and Mahayana.

Members of the Theravada branch tried to follow the Buddha’s teachings exactly as he had stated them. Mahayana Buddhists, though, believed that other people could interpret the Buddha’s teachings to help people reach nirvana. Both branches have millions of believers today, but Mahayana is by far the larger branch.

Branches of Buddhism
From its beginnings in India, Buddhism spread around eastern and Southeast Asia, where the majority of the world's Buddhists still live. There are also Buddhist communities in other parts of Asia, and in the West. Buddhism has two main strands - Mahayana and Theravada (or Achariyavada and Hinayana) — but other forms of Buddhism with distinctive features have also developed.

Theravada
This branch of Buddhism is closest to the teachings of the Buddha himself. It is dominant in Southeast Asia (Burma, Cambodia, Laos, Sri Lanka, and Thailand). Theravada Buddhists revere the Buddha and do not worship other figures. They aim to become "perfected saints" by following the Eightfold Path and tend to believe that people can reach the state of nirvana only through their own efforts.

Mahayana
This form of Buddhism prevails in China, Korea, Japan, Mongolia, Nepal, and Tibet. A follower's first aim is to become a Bodhisattva, an enlightened being who does not pass into nirvana but remains in this world in order to help others to enlightenment. Mahayana Buddhists therefore place a high value on charity.

Zen
This form of Buddhism originated in China and spread to Japan in about the 13th century. Zen Buddhists aim to lead a simple life, close to nature, using everyday actions as a means of meditation. Zen Buddhists meditate in a way that tries to see beyond logical patterns of thought and preconceived ideas.

Tibetan Buddhism
A form of Mahayana Buddhism is found in Tibet. Here, special value is placed on the Buddhist virtues of meditation and wisdom. Tibetan Buddhists have their own rituals, such as repeating sacred sayings, or mantras. Since the Chinese invasion of Tibet in the 1950s, few Buddhist monasteries remain in Tibet.