Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ

 
   

พระพุทธสิหิงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
        พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปโบราณ หล่อด้วยสำริดหุ้มทอง ปางสมาธิ สูง 79 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 63 เซนติเมตรเป็นศิลปะแบบลังกา ตามประวัติกล่าวว่า พระเจ้าสีหฬะ พระมหากษัตริย์แห่งลังกาทวีป ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 700 ต่อมา เจ้านครศรีธรรมราช ได้ไปขอมาถวายพระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้กรุงสุโขทัยเป็นเมืองขึ้น จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา ต่อมา ได้มีผู้นำไปไว้ที่เมืองกำแพงเพชร และเชียงราย เมื่อพระเจ้าแสนเมืองมา เจ้านครเชียงใหม่ ยกทัพไปตีเมืองเชียงรายได้ จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐาน ที่เชียงใหม่พร้อมกับพระแก้วมรกต เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตีเมืองเชียงใหม่ได้เมื่อ พ.ศ. 2205 ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐาน ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์กรุงศรีอยุธยา เป็นเวลานานถึง 105 ปี

  เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 แก่พม่าใน พ.ศ. 2310 ชาวเชียงใหม่ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ กลับไปที่เชียงใหม่ เมื่อมณฑลพายัพ ได้กลับมาเป็นของไทย ในสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท โปรดให้อัญเชิญลงมายัง กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2338 โดยประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล นิยมเชิญออกมา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้ประชาชนไทย ได้สักการะและสรงน้ำ

ตำนานพระพุทธสิหิงค์

พระพุทธสิหิงค์
พระพุทธสิหิงค์
พระพุทธสิหิงค์ในพิพิธภัณฑ์นสถานแห่งชาติ  กรุงเทพฯ

1.  หลักฐานในตำนาน
     ตำนานพระพุทธสิหิงค์ (สิหลพุทธรูปนิทาน) รจนาขึ้น เป็นภาษาบาลี โดยพระโพธิรังสีที่เชียงใหม่  ระหว่าง  พ.ศ. 1945 - 2000  มีความตอนหล่อพระพุทธรูปนี้ในเกาะลังกาว่า

      ครั้นพระพุทธรูปเบ้าเนื้อทองละลายหายมลทินแล้ว ก็เอาคีมใหญ่ เบ้านั้นไปเทในปากพิมพ์หุ่น
      ณ ขณะนั้นพระราชองค์หนึ่ง ทรงถือมีนทัณฑ์ (คงเป็นไม้รูปปลา) เสด็จไป ๆ  มา ๆ  อยู่ที่นั้น ได้ทอดพระเนตรเห็นนายช่่างหล่อคนหนึ่ง ไม่สามารถจะทำตามพระอนุมัติของพระองค์ได้ ก็ทรงพระพิโรธ หวดด้วยไม้มีนทัณฑ์ ถูกนิ้วมือนายช่างนั้น (ให้ได้รับโทมนาการ) ด้วยนิมิตเหตุมีประการเท่านี้ พระพุทธรูปของพระสัพพัญญูเจ้า เมื่อหล่อสำเร็จแล้ว นิ้วพระหัตถ์ไม่บริสุทธิ์พิรุธไปน้ิวหนึ่ง เมื่อพระราชา ทั้งหลาย ได้ทอดพระเนตรเห็น ก็ปรึกษากันว่า เราทั้งหลายจักควรทำลาย นิ้วพระหัตถ์ที่ไม่บริสุทธิ์นั้นออกเสียด้วยเครื่องมือ แล้วจึงประกอบเนื้อทองคำสำริดอื่นเข้าไว้
     จึงพระอรหันต์เจ้าทั้งหลายก็ทูลทัดไว้ว่า ไปภายหน้าพระพุทธรูปนี้ จะเสด็จไปชมพูทวีป เมื่อพระพุทธรูปจะไปนั้น ก็จะไปโดยสายน้ำ พัดทวนกระแสไปเหนือน้ำจนถึงที่สุดแดนน้ำในประเทศนั้น จนมีพระราชา องค์หนึ่ง ทรงพระศรัทธาอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธรูปนี้ และพระราชานั้น จะตัดนิ้วพระพุทธรูปนี้ออกเสีย แล้วทำให้บริสุทธิ์ดีขึ้น ก็เมื่อกาลใด พระพุทธศาสนาถ้วน 2000 ปีแล้ว  พระเจ้าธรรมิกราช จะเกิดขึ้นในเกาะสีหฬ กษัตริย์จะเชิญพระพุทธรูปนี้ กลับมาในเมื่องนี้อีก มหาชนทั้งหลายมีพระราชาและพระยุพราชทั้งหลายเป็นประธาน ได้ฟังพระอรหันต์เจ้าทั้งหลายทำนายดังนี้แล้ว ต่าง ๆ ก็พากันชื่นชมยินดี จัดการขัดถู ทำให้พระพุทธรูปบริสุทธิ์สะอาดงามดี แล้วเชิญขึ้นตั้ง เหนือบัลลังก์อันประเสริฐ ประดิษฐานอยู่  ณ ท่ามกลางมณฑล แล้วก็จัดการบูชาด้วยเครื่องบูชาสักการ มีประทีป ธูปเทียน ของหอม   ต่าง ๆ  เป็นต้น แล้วทำมหกรรมการฉลองตลอด 7 ทิวาราตรีกาล

   ต่อมาตำนานกล่าวถึงการเสด็จพระพุทธรูปจากลังกาสู่ สิริธมฺมนคร (นครศรีธรรมราช ? หรือ สุธมฺมนคร/สะเธิม/Thaton ในเมืองมอญ ?) สุโขทัย  อยุทธยา  กำแพงเพชร  จนรอดถึงแดน ล้านนา ของท้าวมาหพรหมราชา

     พระมหาพรหมราชเชิญพระพุทธสิหิงค์นั้น ไปสู่พระนครของพระองค์ แล้วก็จัดการมหกรรมสักการบูชา ให้ตั้งบัลลังก์พระกลางแม่น้ำอุรังคมาลี (ประดับตกแต่งเป็นอันดี  ด้วยนานาบูชาสักการ) ด้วยราชานุภาพแล้ว เชิญพระพุทธสิหิงค์ให้ทรงนีสีทนาการ (นั่ง) แล้ว  ส่วนพระองค์ ก็ยกประทีปขึ้นบูชาเหนือพระเศียรเกล้า  ถ้วนครบ 7 วัน แล้วจึงเชิญเข้าสู่พระนคร จึงรับสั่งให้ช่างตัดนิ้วพระหัตถ์พระพุทธสิหิงค์ ที่พิรุธ (คือไม่สมบูรณ์ = นิ้วขาด) มาแต่เดิมนั้นออกเสีย  แล้วปั้นหุ่นขี้ผึ้ง เทเบ้าด้วยเนื้อทองสำริดติดเข้าใหม่ ทำให้บริสุทธิ์ดีแล้ว เชิญขึ้นประดิษฐานไว้ในรุจนวิหาร

     ตำนานฯ ก็จบลงด้วยคำทำนายว่า

     เมื่อพระพุทธศาสนาของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแห่งเราทั้งหลาย บรรจบครบจำนวนถ้วน 2000 พรรษาลงกาลเมื่อใด  ในกาลนั้น ก็จะมีพระเจ้าธรรมิกราชพระองค์หนึ่งเกิดในสิหฬทวีป (คือเกาะลังกา) แล้วพระองค์ก็เชิญพระพุทธสิหิงค์พุทธรูป ไปประดิษฐานไว้ในชาติภูมิ ของพระพุทธสิหิงค์เจ้าในสีหฬทวีปตามเดิม คำทำนายนี้ พระปรัมปราจารย์ ได้อ้างว่า พระอรหันต์ 20 องค์ ได้พยากรณ์ไว้ เพราะเหตุนั้น พระสังคาหิกาจารย์ เพื่อจะสำแดงอรรถให้ชัดความ จึงกล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์เจ้า ได้เสด็จมาชมพูทวีปแต่กาลใด  จะได้เสื่อมจากยศก็หาไม่  พระองค์ย่อมเป็นที่นับถือบูชายิ่ง ของพระเจ้าราชาธิราชด้วยบูชาวิเศษเป็นอันมาก ได้เสด็จไปเมืองเหนือ ถึงกลางแม่น้ำอุรังคมาลี แล้วกลับมาภายในเมือง แล้วมาเมืองเชียงใหม่นี้ ได้สำเร็จนิวาสวิหารอยู่ในกุลวาสวิหาร ซึ่งพระมหากษัตริย์เจ้า ได้สร้างอุทิศถวายภิกษุสงฆ์และประชุมชน ก็ได้ปฏิบัติบูชาด้วยอเนกบูชา- สักการ มีค่าอันประเสริฐ  เราจึงกล่าวว่า พระสิหิงค์สุมพุทธรูป          ทรงยศทรงเดชอันเลิศแล ฯ

อ่านต่อด้านบนขาว

 

2. ปริศนาพระพุทธรูปองค์หนึ่งในลังกา

     ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงโคลัมโบ มีพระพุทธรูปสำริด องค์หนึ่ง เรียกว่า The Toluvila Image เพราะอ้างว่าพบที่วัด Toluvila ในกรุงอนุราธปุระ ปัญหามีว่า พระพุทธรูปองค์นี้ เป็น "สมบัติเดิม" ของพิพิธภัณฑ์ ไม่แจ้งว่าใครพบเมื่อไร ขุดพบจากใต้ดิน (อยู่ในไหหรือฝังดินเปล่า ๆ ?)   หรือพบเหนือดิน ?

     พระพุทธรูป Toluvila นี้หล่อเป็นสำริดทึบ สูงทั้งหมด 31-32 เซนติเมตร ท่านมีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง ตามคตินิยมลังกา คือ 1. นั่งสมาธิราบ  2. แสดงธยานิมุทรา  3. มีสังฆาฏิยาวลงมาถึงสะดือ  4. จีวรห่มเฉียง คลุมเพียงหัวเข่าให้เห็นสบงคลุมถึงข้อเท้า (ก็ดูคล้ายพระพุทธสิหิงค์ในวิหารพุทไธสวรรย์ กรุงเทพฯ ต่างกันที่จีวร ของเขา (ลังกา) มีริ้ว ของเราเรียบ)

     ว่าโดยสรุป พระพุทธรูป Toluvila เป็นปฏิมากรรม แบบ อนุราธปุระ แท้ ๆ  มีการกะอายุต่าง ๆ กันตั้งแต่คริสต์ศตวรรษ 5-9  แต่ไม่ต้องสงสัยว่า ทำขึ้นในที่อื่นใดนอกจากลังกา

     สิ่งเดียวที่สะดุดตาคือ ที่ฐานบัวหงายด้านหลังมี "ห่วง" หรือ "กระบอก" (Socket) เนื้อโลหะสำหรับเสียบคันฉัตร และคันฉัตรนั้น มีลักษณะงอให้ตัวฉัตรตั้งอยู่เหนือเศียรพระพอดี

     ปัญหามีอยู่ว่า

   ก. ไม่เคยพบพระพุทธรูปองค์อื่นในลังกา ที่ติดห่วงรับฉัตร ด้านหลัง

     ข.  เท่าที่สังเกต ตามประเพณีลังกา พม่า และเขมร (โบราณ) ถ้าจะถวายฉัตร ก็มักทำห้องลงมาจากข้างบน หรือตั้งข้างเคียง ทั้งนี้ เพราะถือว่า ฉัตร (และคันฉัตร) เป็นสัญลักษณ์ หลักโลก จึงงอไม่ได้

    ค. มีแต่คนในโลกไทย-ลาวเท่านั้น ที่ทำคันฉัตรงอ ทั้งนี้ เพราะเขาถือพระพุทธรูปเป็นหลักโลก จึงงอคันฉัตร ใ้ห้ตัวคันฉัตร ตั้งตรงเหนือองค์พระ

    ทั้งชวนให้สงสัยว่า พระพุทธรูป Toluvila อาาจะเป็น "พระพุทธสิหิงหค์" ที่อ้างถึงในตำนานของไทย คือพระองค์ เสด็จมาสยามประเทศแล้วได้รับการแก้ตำหนิที่พระหัตถ์ โดยท้าวมหาพรหมราชา ดังว่าในตำนาน นอกจากนี้ พระองค์ ยังได้รับถวายติดตั้งฉัตรตามคติไทย-ลาว แล้วเสด็จกลับลังกา ตรงตามที่ตำนานฯ "ทำนาย" ไว้

 

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
วิหารพุทไธสวรรย์ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ กรุงเทพฯ
พระพุทธรูป toluvila
พระพุทธรูป Toluvila ในศรีลังกา