Make your own free website on Tripod.com
ความรู้รอบตัว
line decor
                                  ใส่ข้อความที่ต้องการค้นหา Custom Search
line decor
ความรู้ทั่วไป
ประวัติศาสตร์
ศาสนาและวัฒนธรรม
สมุนไพรน่ารู้
เกี่ยวกับผู้จัดทำ


 เจดีย์ชเวดากอง  พม่า

เจดีย์ชเวดากอง พม่า

    ชเวดากอง เป็นเจดีย์โบราณ สมัยเดียวกับเจดีย์นครปฐมของไทย อยู่ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า  เดิมปรักหักพังเหลือแต่ซาก  กษัตริย์มอญองค์หนึ่ง ได้บูรณะซ่อมแซมใหม่ เมื่อ พ.ศ. 1287  ครั้งหนึ่ง  กับพระเจ้าอลองพญา กษัตริย์พม่า ได้เสริมให้สูงใหญ่ขึ้นไปอีก เมื่อ พ.ศ. 2297  อีกครั้งหนึ่ง  ปัจจุบันสูง 367 ฟุต มีฐานเป็นวงกลม ยาว 10 เส้น  ตั้งอยู่บนแท่นซ้อน 2 ชั้น สูง 166 ฟุต บนยอดของพระเจดีย์ มีระฆังทองและเงินขนาดเล็ก แขวนรวมทั้งสิ้น 1,500 ลูก นับเป็นเจดีย์ ที่มีความสำคัญมากองค์หนึ่ง

 

เจดีย์ชเวดากอง  พม่า


 
 

 


 รอยพระบาทสระบุรี
 
  รอยพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี

      ความจริง รอยพระพุทธบาท เป็นอุทเทสิกเจดีย์ ซึ่งพุทธศาสนิกชนสมัยก่อน นิยมสร้างขึ้นมาเพื่อสักการะบูชา ก่อนที่จะสร้างพระพุทธรูป  สมัยก่อน พุทธศาสนิกชนเคารพพระศาสดามาก จึงไม่นิยมสร้างรูปเหมือน หรือพระพุทธรูป จะสร้างเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธองค์ เช่น จะสร้างปางประสูติ ก็จะสร้างเฉพาะดอกบัว 7 ดอก และมีพุทธมารดายืนอยู่ใต้ต้นสาละ  ปางตรัสรู้ จะสร้างเฉพาะบัลลังก์ประทับนั่งตรัสรู้  ปางปฐมเทศนา จะสร้างเฉพาะธรรมจักร และกวางมอบ  เป็นต้น การสร้างพระพุทธรูป เริ่มสร้างในสมัยพระเจ้ามิลินท์ หรือ เมนันเดอร์ กษัตริย์ชนชาติกรีก ที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ทรงให้ครองอินเดีย หันมานับถือพระพุทธศาสนา สร้างขึ้นในลักษณะแบบเทพเจ้ากรีก พระพุทธบาท จึงเป็นอุทเทสิกเจดีย์สำหรับกราบไหว้บูชา ซึ่งพุทธศาสนิกชนสมัยก่อน นิยมสร้างขึ้น

     พระพุทธบาทสระบุรี รอยนี้ ยาว 5 ฟุต 1 นิ้ว กว้าง 20 นิ้ว ลึก 10 นิ้ว มีประวัติและตำนานการค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม แห่งกรุงศรีอยุธยา  ประวัติการพบรอยพระพุทธบาทนี้ สืบเนื่องมาจากว่า พระพุทธศาสนิกชน จากประเทศไทย ได้เดินทางไปนมัสการกราบไหว้รอยพระพุทธบาทที่ลังกา ผู้ที่ไปนมัสการกันแล้ว ต่างก็พากลับมาเล่าต่อ ๆ  กันว่า ชาวลังกา ได้บอกรอยพระพุทธบาทในประเทศไทยก็มี ทำไมจึงต้องพากันมากราบไหว้กันถึงเกาะลังกา  ชาวลังกาก็ยังได้อ้างคัมภีร์ทางศาสนาของลังกา ซึ่งปรากฏอย่างชัดแจ้งว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเหยียบรอยพระพุทธบาทไว้ ถึง 5 แห่ง คือ

1
เขาสุวรรณมาลิก
2
เขาสุมนกูฎ
3
เมืองโยนกบุรี
4
หาดในลำน้ำนัมมทานที   และ
5
เขาสุวรรณบรรพต ประเทศไทย

     ตามพระราชพงศาวดาร  กล่าวถึงประวัติการพบรอยพระพุทธบาท เมืองสระบุรีไว้ว่า  "ลุศักราช  968 (พ.ศ. 2149 ปีนั้น เมืองสระบุรีบอกมาว่า พรานบุญพบรอยเท้าอันใหญ่ บนไหล่เขา เห็นปลาด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดีพระทัย เสด็จด้วยเรือพระที่นั่ง ชัยพยุหยาตรา พร้อมด้วยเรือท้าวพระยาสามนตราช  ดาษดาโดยชลมารคคนทีธารประทับท่าเรือ รุ่งขึ้นสด็จทรงพระที่นั่งสุวรรณปฐษฎางค์ พร้อมด้วยคเชนทรเสนางคนิกรเป็นอันมาก ครั้งนั้น ยังมิได้มีทางสถลมารค (ทางบก) พรานบุญเป็นมัคคุเทสก์นำลัดตัดดงไปถึงเชิงเขา  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครัสทอดพระเนตรเห็นแท้ว่า เป็นรอยพระพุทธบาท  มีลายลักษณ์กงจักร ประกอบด้วยอัฏฐตุตรสตมหามงคลร้อยแปดประการ  สมด้วยพระบาลีแล้ว มีรอยพระพุทธบาทอยู่เหนือยอดเขาสุวรรณบรรพต  ก็ทรงโสมนัสปรีดาปราโมทย์ ถวายทสนัข (สิบนิ้ว) เหนือพระอุตมางคศิโรตม์ ด้วยเบญจางคประดิษฐ์เป็นหลายครา กระทำสักการะบูชาด้วยธูปเทียนสุคนธรสจะนับมิได้ ทั้งท้าวพระยา เสนาบดี กว่ราชนักปราชญ์บัณฑิตชาติทั้งหลาย ก็ถวายวันทนาประนมน้อมเกล้า ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ต่างคนต่างมีจิตโสมนัส ปราโมทย์ยิ่งนัก กระทำสักการะบูชา"

     พระเจ้าทรงธรรม เมื่อทอดพระเนคร พบรอยพระพุทธบาทด้วยพระองค์แล้ว ก็ดีพระทัยเป็นล้นพ้น ทรงนมัสการกราบไหว้ และทรงคิดว่ารอยพระพุทธบาทแห่งนี้ เป็นบริโภคเจดีย์ เนื่องจากชิดติดต่อกันถึงพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเสริฐยิ่งกว่า อุทเทสิกเจดีย์ เช่น พระพุทธรูป และพระสถูปเจดีย์ ซึ่งเป็นของสร้างขึ้นโดยสมมติ  จึงโปรดให้สร้างเป็นมหาเจดีย์ มีพระมณฑปโถงสวมรอยพระพุทธบาท และพระสังฆารามที่พระภิกษุสงฆ์อยู่บริบาล และสร้างบริเวณราชนิเวศน์ที่เชิงเขาพระพุทธบาทที่ท่าเจ้าสนุกริมแม่น้ำป่าสักแห่งหนึ่ง สำหรับประทับเวลาเสด็จไปบูชาแล้วโปรดฯ ให้ช่างชาวฮอลันดาส่องกล้อง ทำถนนและเรือขึ้นไปจนถึงเขาสุวรรณบรรพต เพื่อให้เป็นทางมหาชนไปมาได้โดยสะดวก รวมเป็นเวลา 4 ปี จึงสร้างสิ่งต่าง ๆ  เหล่านี้ สำเร็จ  โปรดฯ ให้มีพิธีฉลองสมโภชน์งานพระพุทธบาทถึง 7 วัน 7 คืน

     ครั้นรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์โปรดฯ ให้แต่งธารทองแดงเป็นที่ประพาส และโปรดฯ ให้สร้างพระตำหนักเป็นที่ประทับ สำหรับเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทด้วย และขนานนามว่า "พระตำหนักธารเกษม" แห่งหนึ่ง  ตกแต่งพระตำหนักที่ท่าเจ้าสนุกแห่งหนึ่ง และโปรดฯ ให้ขุดบ่อทำศาลาราย ริมถนนหลวงขึ้นไปจนถึงพระพุทธบาท

    อ่านต่อด้านบนขวา

 

    
     เมื่อถึงรัชกาล สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดฯ ให้สร้างถนน เป็นทางพระราชดำเนิน คือ เริ่มตั้งแต่เมือลพบุรีไปจนถึงเขาสุวรรณบรรพตอีกสายหนึ่ง โปรดฯ ให้สร้างอ่างแก้วและก่อกำแพงกั้นตามไหล่เขา ชักน้ำฝนให้ไหลลงไปในอ่างแก้ว เพื่อสำหรับให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ได้ใช้บริโภค

   ต่อมา  ในรัชกาลของสมเด็จ พระสุริเยนทราธิบดี หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ ทรงปฏิสังขรณ์ พระมณฑปลักษณะเป็นยอดเดียว มีอายุถึง 70 ปีเศษ เห็นจะชำรุดทรุดโทรม ก็ทรงโปรดฯ ให้เปลี่ยนเครื่องบน โดยแปลงเป็นพระมณฑป 5 ยอด และปฏิสังขรณ์สิ่งอื่น ๆ  ทั่วไป ในพระอารามอีกหลายแห่งมณฑปพระพุทธบาทสระบุรี

     รัชกาล สมเด็จพระภูมิทราธิบดี หรือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ทรงปฏิสังขรณ์เฉพาะองค์พระมณฑป ซึ่งแต่เดิมเป็นพระมณฑปโปร่งโถง  โปรดฯ ให้ทำเป็นมณฑปทึบ ด้วยการก่ออิฐอุดช่องโถงนั้นเสีย และโปรดฯ ให้เอากระจกเงาแผ่นใหญ่ ประดับฝาผนังข้างในพระมณฑป และปั้นลายปิดทอง ประกอบตามแนวที่ต่อกระจก เพื่อให้งดงามยิ่งขึ้น  เฉพาะองค์พระมณฑป สูงถึง 18 วา 2 ศอก พืันพระมณฑปใช้เงินคาดว่า หนักถึง 600 ชั่ง โดยใช้ทองคำปูลาดหลังคาพระมณฑปหนักถึง 62 ชั่ง โปรดฯ ให้ใช้ทองคำเปลว ปิดประดับถึง 2,946,000 แผ่น

     ในรัชกาล สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ หรือสมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์ ยุคเมืองไทยมีพม่ามาติดพัน และพม่าเข้าทำการล้อมกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีจอ พ.ศ. 2309 พวกจีนที่พำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ขันอาสาต่อสู้พม่า ชาวจีนจึงจัดให้มีกองระบจีน ตั้งค่ายอยู่  ณ ตำบลคลองสวนพลู  แต่นานวันเข้าพวกจีนคิดมิซื่อ  รวมสมัครพรรคพวกได้ประมาณ 300 คน พากันขึ้นไปยังพระพุทธบาท แล้วช่วยกันเลิกทองคำที่หุ้มพระมณฑปน้อย ซึ่งทรงรอยพระพุทธบาทอยู่ และพร้อมกับเอาแผ่นเงินที่ปูลาดพื้นพระมณฑป ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย  และถือโอกาสเผาพระมณฑป เป็นทำนองกลบเกลื่อนว่า เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เสียหายไปในกองไฟ

     จนถึงสมัย กรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดฯ ให้กรมพระราชวังบวร สุรสิงหนาท เสด็จขึ้นไปทรงอำนวยการในการปฏิสังขรณ์พระมณฑป พระพุทธบาท เมื่อ พ.ศ. 2330  การปฏิสังขรณ์ครั้งนี้ กรมพระราชวังบวรฯ แต่งตั้งให้พระยาราชสงคราม เป็นนายช่างปรุงเครื่องบนพระมณฑป โดยขนไปจากกรุงเทพฯ เฉพาะกรมพระราชวังบวรฯ ทรงพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้า ทรงแบกตัวลำยองเครื่องบนตัวหนึ่ง พระราชดำเนินตั้งแต่ท่าเรือขึ้นไปจนถึงพระพุทธบาท

มณฑปพระพุทธบาทสระบุรี