Make your own free website on Tripod.com
สาระน่ารู้เกี่ยวกับโลก

ผึ้งและต่อแตน
การต่อยของแมลงเหล่านี้ทำให้พวกเราเกิดความสนใจ อย่างไรก็ตาม ด้วยการผสมพันธุ์ให้กับพืชและฆ่าแมลงศัตรูพืช ผึ้งและต่อแตน จึงมีบทบาทสำคัญในโลกที่เราอาศัยอยู่ ผึ้งและต่อแตน มี 115,000 สายพันธุ์ ส่วนมาก เช่น แมลงเจาะไม้ (เช่น แมลงภู่) ชอบอยู่ตามลำพัง แต่บางชนิด รวมถึง ผึ้งและต่อแตนทั่วไป จะเป็นแมลงที่อยู่กันเป็นฝูง อาศัยอยู่ในอาณาจักรอันสลับซับซ้อน ผู้คนจะเลี้ยงผึ้งไว้ในรังเพื่อเอาน้ำผึ้งและขี้ผึ้ง

ลักษณะของผึ้งและต่อแตน
ผึ้งและต่อแตนมองดูคล้าย ๆ กัน ผึ้งและต่อแตนจะมีสะบั้นเอวที่อยู่ระหว่างช่วงอกและช่องท้องแคบ ส่วนใหญ่จะมีปีกสองคู่และบินได้ยอดเยี่ยม มีตารวม 2 ตาและตาเล็ก ๆ หรือตามเดี่ยว 3 ตา ทำให้พวกมันมองเห็นได้ดีเยี่ยม ผึ้งมีขนมากกว่าต่อแตน และโดยทั่วไปกินพืชเป็นอาหาร ในขณะที่ต่อแตนกินสัตว์เป็นอาหาร

 

การต่อย
ส่วนใหญ่แล้ว ผึ้งและต่อแตนตัวเมียเท่านั้น
ที่ต่อย พิษจะหลั่งออกมาจากท่อวางไข่ ต่อแตนจะต่อยโดยไม่ทิ้งเหล็กในไว้ ทำให้มันสามารถป้องกันและฆ่าเหยื่อได้บ่อย ๆ ผึ้งจะต่อยโดยทิ้งเหล็กในฝังไว้ มันสามารถจะถอนออกได้ จึงทำให้มันตาย ดังนั้น ผึ้งจะต่อยเฉพาะเวลาที่โกรธเท่านั้น

  bee and wasp

ผึ้งนางพญา 
          ในฝูงผึ้งและต่อแตนจะมีผึ้งนางพญาในอาณาจักรของมัน ซึ่งจะวางไข่และบริหารอาณาจักร ผึ้งจะมีราชินีตัวเดียวต่อ 1 รัง ถ้ามี 2 ตัวในเวลาเดียวกัน มันจะต่อสู้กันจนตาย ผึ้งราชินีจะผลิตสารจากนางพญา (สารฟีโรโมน = PHEROMONES) ซึ่งเป็นสารเคมีที่จะหยุดพัฒนาการทางเพศอย่างเต็มรูปแบบของผึ้งงาน

bee and wasp

วงจรชีวิตของผึ้ง

       

bee

  bee   bee

1.  ผึ้งราชินีจะใช้เวลาทั้งวัน
สำรวจหลอดรัง และวางไข่หนึ่งใบ
ในหลอดรังเหล่านั้น ผึ้งนางพญาจะวางไข่มากกว่า 2,000 ใบต่อวัน เมื่อมีอาหารอุดมสมบูรณ์ หลังจาก 1 – 2 วัน ตัวอ่อนจะฟักจากไข่

  2.  ผึ้งงานจะหาน้ำหวาน เกสรดอกไม้ อาหารเหลวมาเลี้ยงตัวอ่อน ถ้าตัวอ่อนที่ได้รับการเลี้ยงอาหารเหลว
ชนิดพิเศษ จะกลายเป็นผึ้งนางพญา  ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตและลอกคราบ และในวันที่ 5 พวกมันจะพ่นใยไหมและกลายเป็นดักแด้ ผึ้งงานจะเอาขี้ผึ้งเปิดหลอดรัง
  3.  ประมาณวันที่ 21 ตัวดักแด้จะสมบูรณ์และตัวผึ้ง
ที่เติบโตขึ้นมาใหม
่จะแทะช่องทางออกจากหลอดรัง ทันทีที่โครงกระดูกด้านนอกแข็งแรง
และพวกมันสามารถเดินได้ ผึ้งก็จะเริ่มภารกิจภายในรัง

รัง   
    
รังของต่อแตนทั่วไปจะเป็นเนื้อกระดาษและทำจากไม
้ที่แทะมา น้ำลาย และน้ำ โดยปกติต่อแตนจะสร้างรังบนต้นไม้ที่เป็นโพรง
หรือใต้พื้นดิน ต่อแตนชนิดอื่น ๆ เช่น ต่อแตนตระกูลในประเทศทางทิศตะวันออก ของทวีปเอเชีย สร้างรังจากโคลน รังผี้งจะสร้างจากขี้ผึ้งที่ตัวผึ้งผลิตออกมาจากต่อมที่ช่องท้อง รังของต่อแตนและผึ้งโดยทั่วไปจะเป็นรวง มีหลอดรังเป็นชั้น ๆ หกข้าง ซึ่งตัวอ่อนจะเจริญเติบโตอยู่ในรังนั้น

 

อาณาจักร
สังคมต่อแตนและผี้งอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ เรียกว่า อาณาจักร สมาชิกแต่ละตัวของอาณาจักรจะมีหน้าที่เฉพาะและทำงาน
เพื่อประโยชน์ของรังทั้งหมด อาณาจักรต่อแตนจะมีตัวต่อแตนมากกว่าหนึ่งล้านตัว รั้งของผึ้งสามารถมีตัวผึ้งเกินกว่า 70,000 ตัว ประกอบด้วยผึ้งนางพญา ผึ้งงานประมาณ 69,000 ตัว และผึ้งตัวผู้ 300 ตัว ทั้งต่อแตนที่เป็นตัวราชินีและผึ้งนางพญาจะเป็นผู้บริหารรัง ผึ้งตัวผู้จะเป็นเพศผู้โดยสมบูรณ์จะเป็นคู่กับผึ้งนางพญา
และจะตายตามในไม่ช้า ผึ้งงานจะทำหน้าที่หลายอย่างตั้งแต่การสร้างรัง
จนถึงการออกหาอาหาร ผึ้งตัวผู้
จะปรากฏขึ้นก่อนเวลาจับกลุ่มกัน เป็นเวลาที่ผึ้งนางพญาจะออกจากรังจับคู่กับตัวผู้และสร้างรังร่วมกัน

bee and wasp

การหาอาหาร
ต่อแตนจะกินผลไม้และแมลงเป็นอาหาร และจะนำไปเลี้ยงตัวอ่อนด้วย ผึ้งตัวโตเต็มวัยและตัวอ่อนจะกินน้ำหวาน
และเกสรดอกไม้ที่ตัวใหญ่นำมาสะสมไว้เป็นอาหาร ผึ้งจะทำการเต้นรำเพื่อบอกผึ้งตัวอื่น ๆ ให้รู้จักตำแหน่งของดอกไม้ และหาเส้นทางด้วยการใช้ดวงอาทิตย์

    bee and wasp
 

เกสรดอกไม้ น้ำไม้ และน้ำผึ้ง
ผึ้งจะขนเกสรดอกไม้ด้วยขนที่ขาและเก็บน้ำหวานไว้ที่ท้องของมัน ที่รังพวกมันจะขย้อนน้ำหวานออกมา น้ำจะค่อย ๆ ระเหยทำให้น้ำหวานกลายเป็นน้ำผึ้ง น้ำผึ้งและอาหารเหลว ซึ่งเป็นสารที่มีโปรตีนสูงสร้างโดยผึ้งงาน จะถูกนำไปเลี้ยงตัวอ่อนด้วย

ประเภทของผึ้งและต่อแตน

       

bee and wasp

 

  bee and wasp   bee and wasp

ผึ้งปรสิต
ผึ้งที่ชอบอยู่โดดเดี่ยวเหล่านี้จะวางไข่
ในรังของผึ้งอื่น ๆ ครั้นแล้วตัวอ่อนจะทำลายไข่เดิม
และรอให้ผึ้งเจ้าถิ่นเลี้ยง

 

แตน
แตนอยู่ในจำพวกสังคมต่อแตน
ขนาดใหญ
่ที่สุด พวกมันอาศัยอยู่ในอาณาจักร
ขนาดใหญ่
และปกป้องรังของพวกมัน
อย่างก้าวร้าว

 

ต่อแตนนักล่า
ต่อแตนที่ชอบอยู่โดดเดี่ยวเหล่านี้จะต่อยแมลงอื่น ๆ ให้อ่อนแรงด้วยเหล็กในและวางไข่บนแมลงเหล่านั้น ตัวอ่อนจะฟักออกจากไข่และกินเจ้าบ้านเป็นอาหาร

BEES AND WASPS
THEIR STINGS USUALLY bring these insects to our attention. However, by pollinating crops and killing pests, bees and wasps play vital roles in the world we live in. There are 115,000 species of bees and wasps. Most, such as carpenter bees, are solitary, but some, including the honeybee and common wasp, are social insects, living in complex colonies. People keep honeybees in hives for their honey and wax.

Features of bees and wasps
Bees and wasps are similar in appearance, species of bees and wasps with narrow waists between the thorax and abdomen. Most species have two pairs of wings and are excellent fliers. They have two compound eyes and three small eyes, giving them good eyesight. Bees are hairier than wasps, and are normally herbivores, while wasps are generally carnivores.

Click to see the picture.

Stings
Only the females of most species of bees and wasps have stings. The sting evolved from the egg-laying tube. Wasps have unbarbed stings that they can use repeatedly for defence or to kill prey. Bees have barbed stings that cannot be extracted, causing the bee to die. Consequently, bees only sting if provoked.

Click to see the picture.

Queen
Social bees and wasps have a queen in their colonies which lays eggs and runs the colony. Honeybees have one queen per hive; if two appear at the same time they fight to the death. Queens produce queen substance, a chemical that stops full sexual development of the workers.

Click to see the picture.

Life cycle of a honeybee
1. The queen bee spends most of her day checking cells and laying single eggs in them. She lays more than 2,000 eggs a day when there is a plentiful food supply. After 1—2 days, larvae hatch from the eggs.

2. Workers feed the larvae honey, pollen, and royal jelly. If fed extra royal jelly, larvae become queens. The larvae grow and moult, and on day 5 they spin a silk cocoon and pupate. Workers seal the cell with wax.

3. By about day 21 pupation is complete and the new adult bees have to chew their way out of the cell. Once the external skeleton has hardened and they are able to walk, the bees begin their tasks within the nest.

Click to see the picture.

Nests
Common wasps' nests have the texture of paper and are made of chewed-up wood, saliva, and water. They are usually built in hollow trees or below ground. Other wasps, such as oriental stenogaster wasps, build nests out of mud. Honeybee nests are made of wax produced from glands on the bees' abdomens. Wasp and bee nests usually contain combs — layers of six-sided cells in which the young grow.

Click to see the picture.

Colonies

Social wasps and bees live in large groups called colonies. Each member of the colony has a specific duty and works for the benefit of the whole nest. Wasp colonies may contain more than one million individuals; bees' nests can exceed 70,000 in number, consisting of one queen, about 69,000 workers, and 300 drones. Both queen wasps and queen bees run their nests; drones are fertile males who mate with the queen and die soon after; workers perform many tasks from building the nest to foraging for food. Drones appear before swarming time. This is when new queens leave the nest, mate with the drones, and set up nests on their own.

Click to see the picture.

Pollen, nectar, and honey
Bees carry pollen on hairs on their legs and store nectar in their stomachs. At the nest, they regurgitate the nectar.Water evaporates, concentrating the nectar to form honey. Honey and royal jelly, a high-protein substance made by workers, are also fed to the larvae.

Click to see the picture.

Types of bee and wasp
Parasitic bees
These solitary bees abandon their eggs in other bees' nests. The young then destroy the original eggs and wait to be fed by the host.

Click to see the picture.

Hornets
Hornets are among the largest of the social wasps. They live in large colonies and defend their nests aggressively.
Click to see the picture.

Hunting wasps
These solitary wasps paralyse other insects with a sting and lay their eggs on them. The young hatch and feed on the live host.

Click to see the picture.